untitled

posted on 05 Aug 2011 15:48 by noo-dang
 

นิยาย

posted on 05 Aug 2011 15:44 by noo-dang

ข้าน้อยชอบสองคนนี้มากๆ อ่านแล้วคู่นี้ก็ตลกดีเลยจับมาแต่งคู่กันซะเลย

----------------------------------------------------------------------------------------

ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่อาจจะเป็นไปได้

เพราะต่างก็มีหน้าที่สำคัญของตน และมันฝืนกฎของธรรมชาติ.....

แต่ว่า.....หัวใจดวงนี้กลับดื้อดึง

เตือนตัวเองไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ก็ไม่อาจห้ามใจได้เลย.....

รัก.....รัก.....แต่นั่นก็เห็นแก่ตัวที่จะรักท่านต่อไป.....

แต่ก็จะรักท่านต่อไป ต่อให้ท่านลืมข้า ข้าก็จะยังรักท่าน.....ตลอดไป.....

.......................................................................................................

............................................................................................

.................................................................................

..........................................................................

....................................................................

.............................................................

......................................................

..............................................

........................................

..................................

...........................

....................

..............

.........

.....

..

     เช้าอันสดใสในป้อมอัศวิน เป็นอีกหนึ่งวันที่ยังคงวุ่นวายไม่เปลี่ยนแปลง เสียงเอะอะโวยวายจากเจ้าตัวป่วนประจำป้อมก็ถือเป็นนาฬิกาชั้นดีที่จะคอยปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้นยามนิทรา และหลายคนก็อาศัยเสียงเจ้าตัวป่วนนี่แหละแทนเสียงนาฬิกาปลุกซะเลย (ไม่เปลืองเงินซื้อนาฬิกาซะด้วย ฮ่าฮ่า)

     ห้องของเสธฯซ้ายแห่งป้อมอัศวิน.....

     "เฮ้ โรเวน!"ไธนอส ทิลดอลเสธฯขวาของป้อมอัศวินเดินเข้ามาในห้องนอนของสหาย ก่อนจะพบว่าในห้องนั้นว่างเปล่า "อ้าว ยังไม่กลับมาอีกเหรอเนี่ย เจ้าเฟรินกับเจ้าคิลพังป้อมอีกแล้ว ฉันต้องจัดการต่ออีกใช่มั๊ยเนี่ย เฮ้อ~"

     ว่าจบไธนอสก็เดินออกจากห้องปิดห้องไว้เหมือนเดิม โรเวนกลับไปเจมิไนตั้งแต่สองวันที่แล้ว เพราะพระราชาเซททรงหมดสติหลังจากทรงงานหนักหลายวัน โรเวนจึงรีบกลับไปทันทีที่ทราบข่าว แต่พอโรเวนไปดูเหมือนอะไจวุ่นวายมากกว่าเดิม เพราะชาวป้อมอัศวินท้งหลายถอคติ 'แมวไม่อยู่หนูร่าเริงคร้าบ'


     บนทางเส้นยาล้อมรอบด้วยป่าบางตา เจ้าชายโรเวนแห่งเจมิไนควบม้ามาตามทางอย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญหลังจากพอใจที่เสด็จพ่อของตนทรงดีขึ้นแล้ว จึงรีบกลับมาที่เอดินเบิร์กทันที เพราะ ทิ้งงานไว้มากมาย

     ดวงตาสีน้ำเงินเปล่งประกายความรอบรู้ กรอปเข้าดวงหน้าที่ดูงดงามราวรูปสลักแต่พอสังเกตุอีกทีดูออกจะสวยไปบ้าง แต่ก็ยังคงกระชากใจสาวอยู่อย่างเดิม เรือนผมยาวสีดำเหลือบน้ำเงินสะทอนประกายท่ามกลางแสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่ เส้นผมปลิวสยายไปข้างหลังอย่างลงตัว 

     โรเวนยิ้มร่าเมื่อมองเห็นยอดปราสาทเอดินเบิร์กอยู่ไกลๆ เขาเร่งม้าสีขาวสง่าให้เร็วขึ้นอีก แต่แล้วบางอย่างที่คาดไม่ถึงก็พุ่งปะทะเข้าที่สีข้างของโรเวนโดยที่เจ้าตัวไม่ทันตั้งตัวทำให้ตกจากม้าสีขาวดังตุใหญ่

     อาชาสง่าร้องเสียงหลงอย่างตกใจ ก่อนจะสงบลงเดินเข้าไปหาโรเวนที่นอนร้องครางอยู่ที่พื้นดิน

     "โอ๊ย.....อะไรกัน??"โรเวนร้อง ก่อนจะก้มมองดูสีข้างที่พบว่าเลือดไหลอาบเสื้อตรงจุดที่เจ็บปวด ลูกธนูเงินปักอยู่ตรงนั้น โรเวนมองไปที่ต้นตอ พบบุคคลปริศนายืนจังก้าถือดาบชี้มาที่เขา

     "หมดเวลาของท่านแล้วปริ๊นซ์โรเวน"เสียงที่คุ้นหูเอ่ย

     "ท่าน....."โรเวนมองบุคคลตรงหน้าอย่างแปลกใจ "ท่านคือ ขุนนางชั้นสูงที่สภา ปาติส ใช่มั๊ย"

     "ใช่"บุคคลร้ายยิ้มเหี้ยม เปิดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยเหี่ยวย่นแห่งวัย "และเจ้าก็เป็นผู้ขัดขวางแผนการล้มอำนาจของข้า ก้างขวางคอชิ้นโต"

     "ท่านต้องการอะไร"โรเวนเอ่ยอย่างเดือดดาล

     "ชีวิตของเจ้า"พูดจบ มือใหญ่ก็เงื้อดาบเงินวามวาวขึ้น โรวนรีบกลิ้งตวหนีเมื่อมันตัดผ่านอากาศมาที่เขา โรเวนร้องครางด้วยความเจ็บปวดที่สีข้างและข้อเท้า เขาพบว่ามันบวมและม่วงคล้ำจนน่ากลัว

     โรเวนไม่รอช้าเรียกคฑาประจำตัวออกมาและร่ายเวทย์ด้วยบทสั้นๆแต่รุนแรงใส่ผู้ปองร้าย ขุนนางผู้ทรยศกระเด็นหวือไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ ก่อนจะนอนกระอักเลือดอยู่ตรงนั้น เพราะอาการช้ำในที่เกิดจากคาถาของเมจิกปริ๊นซ์แห่งเจมิไน

     "โอ๊ย....."โรเวนร้องเบาๆเมื่อทำท่าขยับจะยืนขึ้น ก่อจะทรุดลงไปอีก เขาผิวปากเรียกม้าของตน มันเดินตรงมาหาเขา ก้มลงใช้จมูกดมแผลอย่างห่วงใย โรเวนใช้มันพยุงร่างกายให้ตนยืนขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนจะตวัดขาของตนขึ้นคร่อมม้า เขากัดฟันกรอด อยากจะใช้เวทย์รักษาตนเหมือนกัน แต่นั่นก็จะทำให้หมดพลังเวทย์ไปมากกับอีแค่แผลเล็กน้อย (เหรอนั่น!!)

     ดวงตาสีน้ำเงินก้มมองดูลูกธนูสีเงินก่อนจะกลั้นหายใจช้มือดึงมันออกมาจากสีข้างอย่างแรง "อ๊ากกก!!" ร่างของโรเวสั่นเล็กน้อยด้วยความจ็บปวด เขาทิ้งมันลงบนพื้น มือกุมบาดแผลและหันไปมองบุคคลที่กระอักเลือดอยู่ไม่ไกล โรเวเรียกสัตว์เวทย์ออกมาและรีบส่งข่าวไปหาพระบิดาของตนทันทีแจ้งเรื่องทั้งหมดให้ทราบ ก่อนจะควบม้าจากไปอย่างไม่ใยดี

     แรงสั่นสะเทือนทำให้เขาเริ่มจ็บแผลอีกครั้ง จึงจำต้องเปลี่ยนให้ม้าสีขาววิ่งเหยาะแทน

     "เลือดมากขนาดนี้เชียว"โรเวนก้มมองมือของตนเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสด เขาร่ายเวทห้ามเลือดของตนเอาไว้ ก่อนจะซบตัวลงกับแผงคอม้าอย่างอ่อนล้า ความเจ็บปวดที่ข้อเท้าก็ส่งเสียงประท้วง

     "แย่จริงๆ อย่างนี้คนเห็นต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่"โรเวนพยายามใช้เสื้อคลุมบังแผลของเขาเอาไว้ และรอคอยให้เจ้าม้าคู่กายนี้พาเขาไปถึงปราสาทเอดินเบิร์ก


     อาเธอร์ บริสตั้น เจ้าชายใจสิงห์เดินไปพลางอ้าปากหาวไปพลาง ก่อนจะเปดอ่านหนังสือในมือต่อ เรื่อง 'หน้ากากฟาโรห์ขั้นสูง : กษัตริย์ที่ดีต้องมีคำพูดหลายแง่หลากง่าม' ดวงตาดำคมกริบไล่ไปตามบรรทัดอย่างรวดเร็ว มีบ้างที่จะเหล่ใส่สาวน้อยใหญ่ที่เดินผ่านตนไป พร้อมส่งรอยยิ้มกระชากใจให้

     เจ้าชายร่างสูงหัวจสิงห์เดินมาอยู่ที่หน้าประตูปราสาทก่อนจะปิดหนังสือลง วันนี้กะจะเดินเที่ยวตลาดสักหน่อย แต่แล้วสายตาบังเอิญเหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นตานั่งม้าสีขาวสง่ามาแต่ไกล เขายิ้มร่าอย่างสนใจคิดแผลแกล้งเจ้าชายโรเวนเสียหน่อย แต่อดไม่ได้ที่ใจเต้นเมื่อเห็นร่างนั้นเข้าใกล้มาเรื่อยๆ

     "ไงปริ๊นซ์โรเวน"อาเธอร์เอ่ยทักน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ มองดูร่างที่เล็กกว่าตนนั่งม้าเข้ามาในเขตปราสาท อาเธอร์แปลกใจน้อยๆเมื่อเห็นใบหน้าเกือบหวานนั่นดูซีดลงกว่าทุกครั้งและดูโงนเงนอย่างประหลาด

     "ไง.....ท่าน...อาเธอร์"โรเวนเอ่ยเสยงระแหง ยิ้มน้อยๆอย่างฝืนๆ อาเธอร์เดาว่าโวนคงจะยิ้มอย่างอวดดีเหมือนแต่เคย แต่ครั้งนี้รอยยิ้มแบบนั้นหามีไม่ นอกากความอ่อนล้า

     "เป็นอย่างไรบ้าง?"อาเธอร์เอ่ยถาม โรเวนใจเต้นเล็กน้อยเมื่อจับน้ำเสียงของอาเธอร์ได้ว่าเจือด้วยความห่วงใยและคำถามนั้นคงหมายถึงเขา แต่แล้วก็ต้องปฏิเสธความคิดนั้น เมื่อคิดได้ว่าคงจะหมายถึงท่านพ่อของเขาและเขาคงจะเข้าใจผิด

     "เสด็จพ่อ สบายดี"โรเวนตอบ มองทางข้างหน้าก็พบว่าภาพตรงหน้าเริ่มเบลออย่างประหลาด

     "ข้าไม่ได้หมายถึงกษัตริย์เซท"อาเธอร์เอ่ย "ข้าหมายถึง เฮ้ย!!"

     จู่ๆภาพตรงหน้าก็เบลอและเหมือนโลกจะหมุนเอนเอียงไปมาอย่างไม่ทรงตัว โรเวนยกมือกุมขมับ ก่อนภาพต่างๆจะหายวับไป และเหมือนร่างกายของเขาจะเอนเอียง.....

    อาเธอร์รับร่างของโรเวนเอาไว้ทน ก่อนที่ร่างผอมกว่านั้นจะกระทบลงกับพื้น เจ้าชายใจสิงห์มองโรเวนอย่างตกใจและแปลกใจ ก่อนจะสังเกตุที่ฝ่ามือเรียวพบว่าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดที่สดและแห้งกรัง สายตาคมมองดูบาดแผลที่สีข้างอย่างตกใจ ก่อนจะกัดฟันกรอด

     "ไม่ไหวแล้วยังจะทำอวดเก่งอีก"อาเธอร์เอ่ยอย่างไปพอใจ ความห่วงใยและความกังวลว้าวุ่นใจประดังเข้ามาโจมตีเขาอย่างไม่ขาดสายเมื่อพบว่าร่างบางกว่าในอ้อมแขนหอบหายใจระริน ใบหนาซีดเผือด

     "โอ๊ย....."เสียงร้องเบาๆดังลอดออกมาจากริมฝีปาก ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มเข้ามามุงดู หนึ่งในนั้นมีเจ้าตัวยุ่งแห่งป้อมอัศวินอยู่ด้วย

     "พี่โรเวน!!"เฟรินอุทานอย่างตกใจ

     อาเธอร์ช้อนร่างของโรเวนขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนด้วยพละกำลังของนักรบ กระชับร่างบางแน่นก่อนจะเดินฝ่าฝูงชนออกไปอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ มุ่งตรงไปที่ห้องพยาบาลของโรงเรียนทันที (มีมั๊ยหว่า?? สมมติว่ามีแล้วกัน)

     เฟรินมองตามอย่างตกตะลึง ก่อนรีบเบิ่งกลับป้อม และในวันนั้นเองข่าวของปริ๊นซ์โรเวนก็แพร่กระจายไปทั่วโรงเรียน หัวข้อข่าวคือ 'เหลือเชื่ออย่างน่าอัศจรรย์ : ปริ๊นซ์โรเวนบาดเจ็บ แต่ปริ๊นซ์อาเธอร์เป็นผู้ช่วยเหลืออุ้มเข้าห้องพยาบาลทั้งๆที่เป็นคู่กัดกัน'


    อาเธอร์อุ้มร่างบางที่หอบหายใจรดแผงอกเขาไปที่ห้องพยาบาลอย่งรีบร้อน ภาพนี้ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนที่มองมาที่อาเธอร์และโรเวนอย่างตกตะลึง อาเธอร์ส่งสายตาคมพิฆาตใส่ทุกคนที่มองเขาและโรเวน ก่อนจะเลี้ยวเข้าห้องพยาบาล

     "อาจารย์ครับ! รักษาแผลนี่ที!!"

     อาเธอร์ตะโกนลั่นห้องจนดังออกไปข้างนอก ท่าทางรีบร้อนแบบนั้นชวนน่าสงสัยยิ่งนัก เจ้าชายใจสิงห์เดินไปที่เตียงขาวก่อนจะค่อยๆบรรจงวางร่างบางนั่นลง ก่อนจะถอยออกมาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอาจารย์พยาบาลต่อไป เขายืนรออยู่ขางเตียงอย่างกระวนกระวาย เมื่อราบจากอาจารย์ห้องพยาบาลแล้วว่าโรเวนปลอดภัยดี บาดแผลไม่ลึกมากนักและข้อเท้าหักนิดหน่อย อีกไม่นานก็จะหาย

     "ดันทุลังจริงๆ โรเวน"อาเธอร์เอ่ยเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องพยาบาลไปในสภาพเลือดเปรอะเปื้อนไปทั้งแผลงอกแกร่ง

อ่านต่อ :http://writer.dek-d.com/pasallatel/story/viewlongc.php?id=304307&chapter=1#ixzz1U8qC9gczเปลือกตาหนาค่อยๆปรือขึ้นอย่างช้าๆก่อนจะหรี่ตาลงเมื่อแสงแดดยามบ่ายส่งแสงมาจากทางหน้าต่าง โรเวนต้องหรี่ตาลงก่อนจะกระพริบตาปริบๆและลืมตาได้อย่างปกติเสียที โรเวนมองดูเพดานสีขาวอย่างแปลกใจ.....ห้องพยาบาล??

     นั่นสินะ.....ตอนนั้นเราเดินทางมาก็ถูกปาติสทำร้าย.....

     แต่เราก็รอดมาได้ แต่ก็ยังได้แผลอีก.....

     เราขี่ม้ามาเรื่อยๆจนถึงเอดินเบิร์ก.....

     ตอนนั้น อาเธอร์ก็เข้ามาคุยกับเรา.....

     และจู่ๆโลกก็หมุน แล้วจากนั้นเราก็ไม่รู้อะไรเลย.....

     นอกจาก ความอบอุ่นอย่างประหลาด.....อบอุ่นไปทั้งตัวและใจเลย.....

     และก็กลิ่นที่คุ้นเคย.....

     "ตื่นแล้วเหรอ?"โรเวนมองไปยังผู้มาใหม่ ก่อนจะพบไธนอสเดินเข้ามาหา เขายิ้มน้อยๆเป็นการทักทาย

      "เป็นยังไงบ้าง หายดีหรือยัง?"ไธนอสถามอย่างห่วงใย

      "ที่สีข้างยังเจ็บอยู่นิดหน่อยน่ะ"โรเวนบอก"แต่ที่ข้อเท้าหายดีแล้วละ"

      "ดีมาก"ไธนอสยิ้มกว้าง "ฉันกับคนอื่นๆเป็นห่วงนายแทบแย่แหนะตอนทราบข่าวจากเฟริน เจ้าปาติสอะไรนั่นก็ถูกจับเข้าคุกเรียบร้อยแล้วละ"

     "รู้กันเร็วขนาดนั้นเชียวหรือนี่"โรเวนเอ่ยอย่างแปลกใจ

     "อืม กษัตริย์เซทส่งรื่องมาทางเอดินเบิร์กให้ช่วยตามหาเลยเชียวละ และรู้มั๊ยอาเธอร์เจ้าชายใจสิงห์นั่นเป็นคนแรกที่บึ่งออกไปก่อนใครและตามจับเจ้าปาติสนั่นมาก่อนใครเลยด้วย"

     "อาเธอร์เนี่ยนะ?"โรเวนยิ่งแปลกใจมากกว่าเดิม

     "ใช่ นายหลับไปตั้งหนึ่งวันเต็มๆกับอีกครึ่งวันนี้เลย รู้มั๊ย? อาเธอร์น่ะ อุ้มนายมาส่งถึงที่ห้องพยาบาลเลยเชียวละ เลืดนี้โชกไปทั้งตัวเลย"

     "ไม่มีทาง"โรเวนเบิกตาโต

     "เป็นไปแล้วว่ะ"ไธนอสยักไหล่

     งั้น...ความอบอุ่นกับกลิ่นคุ้นๆนั่นก็คือ.....อาเธอร์งั้นเหรอ?

     "แถมยังมาเยี่ยมนายทุกวันสามเวลาอีกต่างหาก"ไธนอสเสริม

     โรเวนหัวเราะขบขัน แต่ในใจนั้นแปลกใจและดีใจอย่างประหลาด หัวใจเต้นเร็วขึ้นเมื่อพาลไปนึกถึงใบหน้าคมคายนั่น

     "ฉันก็ว่ามันแปลกๆเหมือนกัน น่าสงสัยแฮะ"ไธนอสเกาหัวอย่างงงงวย

     "ทำไมกันน้า?"โรเวนเอ่ยเบาๆ ทำไมอาเธอร์ถึงช่วยเขาและมาเยี่ยมเขาได้ละ ทั้งๆที่ไม่ถูกกันแท้ๆ เพราะมนุษยธรรม หรือเพราะ.....ไม่มีทาง เราคิดอะไรบ้าๆนะ.....

     "ม่ายรู้เหมือนกัน"ไธนอสเอ่ยอย่างจนปัญญา "แต่เห็นนายหายดีแล้วก็ค่อยโล่งใจหน่อย ฉันจะได้หายเหนื่อยสักที ต้องถ่างตาตื่นเพื่อเคลียร์งานของนายทั้งหมดเลยนะจะบอกให้"

     "ขอโทษทีที่ทำให้ลำบาก"

     "เฮ้อ ช่างเหอะ ชินแล้วว่ะ พักผ่อนซะสิ"ไธนอสเอ่ย ก่อนจะลูบไล้ผมสีดำเหลือบน้ำเงินของโรเวนเล่น แต่โรเวนไม่ว่าอะไรเพราะไธนอสชอบเล่นผมของเขาเป็นประจำอยู่แล้ว เลยปล่อยให้ร่างสูงเล่นผมของตนอยู่สักพัก

     "ไปก่อนนะ"ไธนอสว่า ก่อนจะโบกมือลาอกจากห้องไป "นอนพักซะจะได้หายเร็วๆ" โรเวนยิ้มกว้าง แล้วไธนอสก็หายไปหลังบานประตูไม้หนาๆของห้องพยาบาล

     โรเวนรอจนมั่นใจว่าไธนอสจากไปไกลแล้ว จึงค่อยๆพยุงตัวให้ลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ สีข้างของเขาส่งความเจ็บปวดมาให้เล็กน้อยแต่ก็ถึงกับต้องนิ่วหน้า โรเวนยกหมอนขึ้นตั้งเพื่อตนจะได้พิงหัวเตียงและกำแพงอย่างสบายๆ ดวงตาสีนน้ำเงินเข้มมองออกไปนอกหน้าต่างที่ท้องฟ้าเปล่งประกายเป็นสีส้ม ม่วงและชมพู แสงอาทิตย์ยามโพล้เพล้ดูสวยงามไม่เปลี่ยนแปลง ช่างเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์อีกอย่างที่ธรรมชาติสร้างมา โรเวนรู้สึกผ่อนคลายบ้างที่ได้มองภาพนั้น

     "ท่านควรจะนอนพักไม่ใช่หรือไง"

     โรเวนหันไปมองเจ้าของเสียงคุ้นหูก่อนจะเอ่ยนามเจ้าของเสียง

     "เจ้าชายอาเธอร์ บริสตั้น"

     เจ้าของนามนั้นเดินเข้ามาใกล้เตียงของโรเวน ดวงตาคมมองบาดแผลฉายแววห่วงใยออกมาเพียงชุ่วครู่จนโรเวนไม่ได้สังเกตุเห็น

     "หายดีแล้วหรือ?"อาเธอร์ถามเสียงเรียบๆ

     "ก็หายดีพอที่จะทำให้ท่านรำคาญได้แล้วกัน"โรเวนเอ่ยและยิ้มอย่างโอหัง

     แต่นั่นทำให้อาเธอร์ใจชื้นขึ้นมาได้ เพราะ มันบ่งบอกว่าร่างบางตรงหน้าหายดีแล้วจริงๆ เขายิ้มน้อยๆอย่างโล่งอกให้โรเวนอย่างไม่ปิดปัง

     โรเวนตกใจเมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกของอาเธอร์ได้ หัวใจของเขาเต้นระรัวไม่ยอมหยุด ยิ่งเมื่อดวงตาคมกริบสีดำนั่นมองมาที่เขาด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจรับรู้ได้ยิ่งทำให้ดวงใจของเขาเต้นแรงมากขึ้น โรเวนรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นทันที ทำให้เรือนผมสีดำเหลือบน้ำเงินนั้นสะบัดไปตามแรง อาเธอร์มองเรือนผมสีน้ำเงินนั้นก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสอย่างเผลอไผล ความนุ่มนวลดุจแพรไหมรับรู้ได้จากการสัมผัสนี้

     โรเวนหันมามองอาเธอร์อย่างตกใจก่อนจะพบว่าใบหน้าของเขากับอาเธอร์อยู่ห่างกันไม่กี่นิ้ว รับรู้ลมหายใจของกันและกันได้เป็นอย่างดี โรเวนเริ่มหน้าร้อนขึ้นมาด้วยความอายและไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก้อนเนื้อในอกนั้นเต้นโครมครามจนแทบจะระเบิดออกมานอกเสียให้ได้ กลัวเหลือเกินว่าคนตรงหน้าจะรับรู้ว่าตอนนี้ตนรู้สึกเช่นไร กลัวว่าคนตรงหน้าจะรับรู้ความรู้สึกนี้ที่กำลังก่อตัวต่อไปเรื่อยๆ

     ทั้งๆที่ต้องการจะลืมไปแล้ว.....แต่ทำไมพอเห็นคนๆนี้ทีไร.....

     ความรู้สึกนี้ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ.....

     อาเธอร์มองร่างบางกว่าอย่างขบขันกับดวงหน้างามที่แดงก่ำ มือใหญ่ของเขายังคงลูบไล้เรือนผมนั้นไม่หยุด ดวงตาสีดำสำรวจไปตั้งแต่โครงหน้า คิ้ว ตา หู จมูกและริมฝีปากอิ่มสีแดงน่าลิ้มลอง....ตลอดจนลำคอเรียวสีขาว ทุกอย่างดูดีไปเสียหมดจนมิอาจถอนสายตาได้เลยแม้แต่น้อย

     หัวใจของเขาเต้นระรัวและส่งเสียงดังไม่ยอมหยุด กลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินและรับรู้ แต่ทว่าตอนนี้ ในเมื่อคนที่หัวใจนั้นโหยหามาตั้งแต่แรกอยู่ตรงหน้านี้เอง ใครเล่าจะไม่สนใจ และใครเล่าจะสนว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเสียงหัวใจของเขาหรือไม่.....

     ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่หัวใจโหยหาแต่คนๆนี้.....

     คงตั้งแต่.....ครั้งนั้นสินะ.....

     "ทะ ท่าน!"โรเวนร้องอย่างตกใจเมื่อมือใหญ่ลูบไล้ไปตามลำคอ และจับใบหน้าของเขาให้เงยสบตาด้วย

     ดวงตาสีน้ำเงินเข้มและสีดำเข้มนั้นสบตากันอยู่เนิ่นนาน โรเวนรู้สึกดีใจอย่างประหลาดยามดวงตานั้นจับจ้องแต่ตน แต่แล้วก็พลันนึกได้ว่าคนตรงหน้านี้เป็นคู่อริ เป็นคนที่เขาไม่ควรจะคิดอะไรด้วยก็ต้องบ่ายหน้าหนีไป เพราะกลัวใจตัวเองจะคิดอะไรมากไป.....

     อาเธอร์ยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อร่างบางตรงหน้าหลบตาตนด้งบใบหน้าที่แดงก่ำเช่นนั้น ดีใจเหลือเกินที่คนตรงหน้าไม่พยายามขับไล่เขาให้ออกไปห่างๆ

     "ทะ ท่านอาเธอร์!!"โรเวนร้องเสียงหลงอย่างตกใจเมื่อมือและลำแขนใหญ่โอบเอวของตนให้เข้าไปใกล้ร่างสูงแกร่งมากขึ้น โรเวนรับรู้เลยว่าตัวเองยิ่งหน้าร้อนฉ่ามากขึ้นกว่าเดิม ทั้งอายทั้งไม่พอใจ "ปล่อยเราเดี๋ยวนี้!"

     "หากเราไม่ปล่อยละ"อาเธอร์เอ่ยอย่างท้าทาย

     "ปล่อยเราเสียท่านอาเธอร์ บริสตั้น! ทำแบบนี้ไม่ได้นะ!!"

     "แบบไหนละที่ท่านหมายถึง"อาเธอร์ยังคงแกล้งต่อไป มือใหญ่นวดเคล้นสะโพกอย่างหยอกล้อ

     "อ๊ะ! อย่านะ!"โรเวนดันตัวเองออกห่างจากอ้อมกอดของร่างสูง "หยุดทำบ้าๆอย่างนี้เสียที!!"

     "ท่านกลัวหรือปริ๊นซ์โรเวน"อาเธอร์ยิ้มเจ้าเล่ห์

     "เราไม่ได้กลัว!!"

     "เช่นนั้นแล้วก็อยู่นิ่งๆเสียสิ"อาเธอร์ว่าจบก็ดึงร่างของโรเวนเข้ามาใกล้ตนมากขึ้น ก่อนจะเชยใบหน้างามนั่นขึ้นมาให้ตนได้เพ่งพิศใกล้ๆ

     "อย่า....."โรเวนสะบัดหน้าหนี

     แต่อาเธอร์ไม่ยอมแพ้ จับใบหน้านั้นให้หันมามองตนอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆโน้มใบหน้าคมของตนเข้าไปใกล้

     "ยะ อย่า!"โรเวนพยายามบ่ายหน้าหนี แต่อาเธอร์จับใบหน้าของเขาไว้ "อย่า.....ไม่ได้นะอาเธอร์.....มัน...มัน..."

     "มันอะไร?"อาเธอร์ยิ้มพราบ

     "มัน.....หยุดเสียทีเถอะ!!"โรเวนให้มือยันตัวเองออกจากอกแกร่งอย่างหวาดๆ

     "งั้นท่านก็หยุดเสียก่อนสิ!"พูดจบ ร่างสูงก็ตวัดตัวขึ้นคร่อมร่างบางกว่าทันที โรเวนจำต้องล้มตัวลงกระแทกเข้ากับเตียงอย่างไม่มีทางหนี เขาร้องออกมาน้อยๆเพราะแผลที่สีข้างร้องประท้วงความเจ็บปวด

     อาเธอร์มองร่างบางกว่าที่พยายามดิ้นรนขัดขืน แต่เนื่องจากแรงของเขามีมากกว่าคนข้างล่างจึงได้แค่ดิ้นรนเท่านั้น เขายึดข้อมือของโรเวนไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ร่างบางดูจะตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว

     "ไม่นะ....."โรเวนเอ่ยอย่างหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โกรธคนตรงหน้าที่กล้าหยามเกียรติของตนเช่นนี้ และโกรธตัวเองที่ไร้เรี่ยวแรงแพ้ทางคนตรงหน้าและโกรธ.....หัวใจตัวเองที่ดีใจอยู่ลึกๆ.....น่าละอายยิ่งนัก.....

     อาเธอร์ก้มลงสูดดมความหอมจากเรือนผมสีน้ำเงินเปล่งประกายในแสงแดดยามบ่าย มันแผ่สลายไปตามพื้นเตียงสีขาวสะอาด ร่างบางเบือนหน้าหนีเขาอย่างจนหนทาง ใบหน้านั้นแดงอาจจะด้วยความเอียงอาย.....หรืออับอาย.....แต่อาเธอร์มิอาจห้ามใจของตนได้เลย ใบหน้าคมจึงเลื่อนมาที่ต้นคอ

     "ไม่นะ....."เขาได้ยินเสียงร่างบางเอ่ย

     อาเธอร์ จับใบหน้างามให้หันมามองตนด้วยมือข้างที่ยังว่าง ดวงตาสีน้ำเงินบ่งบอกว่าตื่นกลัวไม่น้อยด้วยความที่ไม่เคยชินและคงไม่คาดคิดเช่นกัน อาเธอร์เพียงยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะโน้มตัวลงไป ริมฝีปากของเขาสัมผัสกับริมฝีปากอิ่มสีแดงอย่างกระหาย

     "อื้ม!"โรเวนเบิกตาโตอย่างตกตะลึง ก่อนจะดิ้นรนขัดขืน แต่แรงของคนตรงหน้ามีมากกว่าจริงๆ เลยต้องจำยอมไปอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

     ไม่นะ.....อย่าทำแบบนี้กับเรา.....

     ท่าน.....ท่าจะฆ่าข้าก็ได้.....แต่อย่าทำแบบนี้.....

     ริมฝีปากของร่างสูงบดขยี้ริมฝีปากอิ่มอย่างเผลอไผล จนร่างบางกว่าทนไม่ไหวกัดเข้าที่ริมฝีปากของร่างสูง

     "อ๊ะ....."อาเธอร์ละจากร่างบางยกมือขึ้นแตะริมฝีปากของตนก็พบเลือดสีแดงสก และรสชาติเค็มในปาก

    "ปล่อยเราเสีย....."เสียงจากคนข้างล่างสั่นไหวน้อยๆและแหบพร่า อาเธอร์มองก่อนจะเบิกตาอย่างแปลกใจ ร่างบางนั้นกำลัง.....ร้องไห้.....แม้จะไร้เสียงสะอื้น แต่ดวงตาสีน้ำเงินงามนั้นก็หลั่งไหลหยาดน้ำใสออกมาเปื้อนดวงหน้าที่งามอยู่แล้วให้งดงามขึ้น.....งดงามไปด้วยความทุกข์โศก.....

     "เจ้า....."อาเธอร์เอ่ยเบาๆ โรเวนเบือนหน้าหนีไปทางอื่นก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นๆ

     "ปล่อยเราเสียท่านอาเธอร์.....ท่านหยามเกียรติเรามากไปแล้ว.....อย่ามาแตะต้องเรา!"

     อาเธอร์เบิกตาโตกับคำพูดของร่างบาง ก่อนจะคลายมือออกจากข้อมือทั้งสอง และลุกขึ้นจากร่างบาง โรเวนลุกขึ้นนั่ง นวดข้อมือตัวเองก่อนจะเอ่ยโดยที่ยังไม่ยอมมองตาของอาเธอร์

     "ออกไปเสีย"

     อาเธอร์ตกใจไม่น้อยกับคำพูดนี้ แต่ก็พยายามนิ่งไว้อย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ย

     "ขออภัยจริงๆ.....ลืมเรื่องเมื่อกี้เสีย"

     พูดจบเขาก็เดินออกจากห้องพยาบาลไปอย่างรวดเร็ว

      โรเวนรอจนไม่ได้ยินเสียงฝีท้าของอาเธอร์ ก่อนจะเช็ดน้ำตาของตนออก รู้สึกรังเกียจตัวเองเหลือเกินที่เกือบเผลอไผลไปกับรสจูบนั่น เกลียดหัวใจตนเองที่เต้นโครมครามทุกครั้งที่คนๆนั้นเข้าใกล้และสัมผัสตน ทั้งๆที่ทนความรู้สึกนี้ได้มาตั้งเกือบเจ็ดปี แต่ทำไมพอมาครั้งนี้ กลับทำไมได้เล่า.....

     หัวใจช่างทรยศนัก.....เราต้องลืมเสียให้หมด.....

     ลืมเสียให้หมด.....

     ลืม....ไม่ต้องจำอีกแล้ว.....ทิ้งความรู้สึกนี้ไปซะ.....

     แบบนี้มันจะเห็นแก่ตัวหากยังปล่อยให้ความรู้สึกนี้ยืดเยื้อ.....

     มันผิด ผิดต่อเราเอง ผิดต่อประเทศชาติและผิดธรรมชาติ.....

      ลืมมันเสีย.....ตัดใจเสียแต่ตอนนี้ดีที่สุด.....แต่จะทำได้อย่างไรในเมื่อคนๆนั้นทำแบบนี้กับตน.....แต่ยังไงคงต้องลืมจริงๆ.....

     แต่ทำไมหนอ ยิ่งย้ำกับตัวเองแบบนี้แล้วหัวใจช่างเจ็บปวดเหลือเกิน.....

     น้ำตาที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะหลั่งออกมา และไม่คาดคิดด้วยว่าเพราะแค่คนๆนั้นแค่คนเดียว สมารถทำให้เขาร้องไหและเจ็บหัวใจได้ขนาดนี้

     "บ้าที่สุด!"โรเวนเอ่ยกับตัวเอง "อย่าร้องสิ พอสักที!!"

     แต่กระนั้นหยาดน้ำใสยังคงไหลริน และหัวใจก็เปียกชุ่มด้วยน้ำตาแห่งความเจ็บปวด.....


     อาเธอร์ไม่ได้ออกห่างจากประตูห้องพยาบาลเลยแม้แต่น้อยหลังจากออกมาแล้ว เขายังคงยืนพิงประตูไม้ใหญ่อยู่อย่างนั้น แต่ไม่ได้ยินเสียงของโรเวน เพราะประตูไม้หนาเกินกว่าจะได้ยิน

     ร่างสูงถอนหายใจอย่างหนักใจ มือใหญ่เสยผมของตนอย่างว้าวุ่นใจก่อนจะเงยหน้ามองเพดานหินอ่อนอย่างเหม่อลอย

     ทั้งๆที่พยายามห้ามใจตัวเองมาตลอดเจ็ดปี ไม่สิ เกือบสิบปีละมั้ง.....

     ตอนนั้นท่านยังดูเหมือนเด็กผู้หญิงอยู่เลย.....

     ร่างสูงนึกย้อนไปในอดีตที่แสนเนิ่นนาน อดีตที่ยังคงตราตรึงเข้าไปในจิตใจของเขาอย่างไม่มีวันลบเลือน.

อ่านต่อ :http://writer.dek-d.com/pasallatel/story/viewlongc.php?id=304307&chapter=2#ixzz1U8qJodKnสิบปีก่อนหน้า..........

     ในวั้นนั้นเป็นวันที่เจ้าชายอาเธอร์มีพระชนม์มายุครบรอบ 11 ชันษา เมืองทั้งเมืองจึงจัดงานกันเอิกเริก และภายในปราสาทก็เช่นกัน

     "เจ้าชายอาเธอร์.....เจ้าชายอาเธอร์เพค่ะ!!"

     "เกิดอะไรขึ้น!?"

     กษัตริย์กาเบรียลเอ่ยถามแม่นมของโอรสอย่างแปลกใจที่อยู่ๆก็วิ่งวุนร้องหาโอรสของเขาไปทั่วพระราชวัง

     "โอ้ องค์ราชาเพค่ะ หม่อมฉันขออภัยจริงๆเพค่ะ ฮึก ฮือๆ"

     "เหตุใดเจ้าจึงร้องไห้แม่นม??"

     "หม่อมฉัน.....ฮึก.....ไม่น่าเลย หม่อมฉันผิดเองที่ไม่ยอมเฝ้าเจ้าชายให้ดี!"

     กษัตรย์กาเบรียลเริ่มจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง "เจ้าคงไม่ได้หมายถึง....."

     "โอ้ องค์กาเบรียล เป็นเช่นนั้นจริงเพค่ะ หม่อมฉันผิดเองที่ปล่อยให้องค์ชายหนีออกไปเที่ยวเล่นอีกแล้ว ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันสำคัญแท้ๆ"

     "อีกแล้วหรือนี่ไอ้ลูกคนนี้!"กษัตริย์กาเบรียลกัดฟันกรอด ก่อนจะเอ่ยกับแม่นมอย่างใจเย็น "อย่าร้องไห้เลยแม่นม ในฐานะที่ท่านเป็นคนเก่าคนแก่ เราไม่ทำอะไรท่านหรอก และนี่ก็เป็นความผิดองอาเธอร์เอง ท่านไปจัดานอื่นๆเสียเถิด เราจะจัดการลูกชายที่แสนดื้อดึงของเราเอง"

     "ขะ ขอบพระทัยเพค่ะ"

     กษัตริย์กาเบรียลสะบัดผ้าคลุมหันหลังเดินไปตมทางเดินปูพรมสีแดงสด

     "ไปเตรียมม้าให้ข้าเดี๋ยวนี้!!"สุรเสียงสั่งเสียงเข้มจนข้ารับใช้ต้องรีทำตามทันที


     ภายนอกปราสาท ร่างของเด็กชายที่กำลังเป็นหนุ่มในไม่ช้าอยู่ใต้ผ้าคลุมสีดำเข้ม เด็กชายกระชับผ้าโพกหัวให้ปกปิดใบหน้าของตัวเองให้มิด ก่อนจะยิ้มร่าเดินท่องตลาดอย่างพอใจ

     "ขอสัก (อีก) สักวันคงไม่ผิดนะครับ"เจ้าชายอาเธอร์วัยเด็กเอ่ยอย่างพอใจ ก่อนจะเดินเล่นต่อไป

     "หลีกทาง! กษัตรย์เซท ฮาเวิร์ดและเจ้าชายโรเวน ฮาเวิร์ดแห่งเจมิไน !!"

     "เอ๋! กษัตริย์แห่งเจมิไนเหรอ มาเร็วดีแหะ"อาเธอร์เอ่ยอย่างแปลกใจ ก่อนจะหลีกทาง และเฝ้ามองราชรถเทียมด้วยม้าตัวใหญ่สีทอง วิ่งตงมาตามทางด้วยท่าทีสง่างาม

     ราชรถสีฟ้าอ่อนวิ่งผ่านหน้าอาเธอร์ไปอย่างรวดเร็ว แต่ในความรวดเร็วนั้นอาเธอร์ไปสบตากับใครบางคน

     ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเปล่งกระกายรอบรู้ตั้งแต่เด็ก แต่ก็ยังแฝงความซุกซนแบบเด็กๆเอาไว้อยู่ดี แต่เจ้าของดวงตางามนั้นกลับงามกว่าเสียอีก อาเธอร์อ้าปากค้างอย่างตกตะลึง

     "กษัตริย์กาเบรียลเสด็จ!"

     "หา!?"

     อาเธอร์ร้องอย่างตกตะลึง ก่อนจะหันไปมองก็พบว่าเสด็จพ่อของตนกำลังควบม้ามาอยู่ไม่ห่าง ม้าศึกสีน้ำตาลเข้มหยุดกระทันหัน เพราะเจ้าของสั่ง กษัตริย์กาเบรียลทรงมาอย่างสงบอยู่ข้างรถเทียมม้าสีฟ้าอ่อนที่จอดนิ่ง กษัตริย์ทั้งสองประเทศเอ่ยคุยกันอยู่สักครู่

     อาเธอร์มองซ้ายมองขวาพยายามหาทางหนี แต่แล้วใครบางคนก็เดินชนเขาที่หลังทำให้ผ้าคลุมหัวหล่นลง กษัตริย์กาเบรียลเหลือบมาเห็นพอดี ทรงกัดพระทันต์กรอดก่อนจะควบม้ามาทางโอรสอย่างไม่พอใจ อาเธอร์รีบวิ่งหนีฝ่าฝูงชนไปทันที

     สายตาเหลือบไปเห็นตัวกริฟฟินที่ยืนอย่างสง่าอยู่หน้าร้านขายสัตว์ เจ้าชายน้อยรีบวิ่งตรงไปที่มันและกระโดดขึ้นคร่อมมันทันที และเตะที่สีข้างของมันอย่างแรงจนมันร้อเสียงหลงและกางปีกออก ม้าของกษัตริย์ตื่นตระหนก ก่อนจะถอยหนี

     "ขอประทานอภัยท่านพ่อ"อาเธอร์ยิ้มอย่างมีชัยให้ผู้เป็นพ่อ และกริฟฟินก็พุ่งทะยาขึ้นสู่ฟากฟ้าทันที

     "กลับมาเดี๋ยวนี้อาเธอร์!!"

     "ฮ่าฮ่าฮ่า"อาเธอร์หัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนจะเอียงตัวเพื่อให้เจ้ากริฟฟินเข้าใจว่าตนต้งการไปทางใด แต่แล้วเจ้ากริฟฟินก็หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ ก่อนจะทะยานพุ่งตัวลงมาเบื้องล่าง

     "อะไรกัน!!?"อาเธอร์ร้องอย่างแปลกใจ และก่อนจะถึงพื้นดิน เจ้ากริฟฟินก็ลอยสงบนิ่งและร่อนลงอยู่ข้างราชรถเทียมม้า อาเธอร์ยังคงงงงวย แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อใบหน้างามยิ้มร่ามาที่เขาจากข้างในหน้าต่างของราชรถ

      "ทรงเล่นแบบนี้อันตรายนะเจ้าชายอาเธอร์ บริสตั้น"เจ้าของดวงตาสีเข้มเอ่ยอย่างขบขัน

     "จะ เจ้า!!"อาเธอรเอ่ยอย่างไม่พอใจ ก่อนจะร้องโอ๊ยดังลั่นเมื่อมะเหงกที่ได้รับจากองค์เสด็จพ่อที่ควบม้าตรงมาหา

     "หนอยแน่เจ้าลูกไม่รักดี ซนดีนัก มันน่าจับไปเฆี่ยนจริงๆ!!"

     "โอย.....เสด็จพ่อ ลูกเจ็บนะ"อาเธอร์เอ่ย

     "เจ็บสิดี จะได้สำนึก มานี่!!"

     อาเธอร์ถูกพาไปนั่งบนม้าทรงของกษัตริย์กับพระบิดา

     "ขออภัยที่ทำให้ท่านต้องลำบากเซทและเจ้าชายน้อย"กาเบรียลเอ่ย

     "เราเข้าใจ"กษัตริย์เซทเอ่ยอย่างขบขัน

     "ยินดีช่วยครับ"เจ้าของดวงหน้าหวานเอ่ยยิ้มร่า

     "ลูกชายโตเร็วดีนิ"กษัตริย์กาเบียลเอ่ย มองเจ้าชายโรเวนอย่างเหม่อลอย

     "ขอบพระทัย"กษัตริย์เซทเอ่ยเบาๆ

     "อาเธอร์"

     "ครับ เสด็จพ่อ"

     "พาเจ้าชายโรเวนไปที่ปราสาทก่อน พ่อมีเรื่องจะคุยกับกษัตริย์เซทเสียก่อน"

     "หา.....ก็ ก็ได้ครับ"อาเธอร์ยอมแต่โดยดี เมื่อผู้เป็นบิดาจ้องอย่างบังคับ

     เจ้าชายน้อยโรเวนถูกส่งมานั่งคู่กับอาเธอร์บนหลังม้า และกษัตริย์กาเบรียลก็เข้าไปนั่งในรถแทน

     "อย่าเถลไถลละ พ่อรู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่"กาเบรียลเอ่ยขู่ อาเธอร์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะมองดูโรเวนที่นั่งอยู่ข้างหน้าตน เขาถอนหายใจก่อนจะควบม้าบึ่งตรงไปที่ปราสาททันทีด้วยกำลังอย่างม้าศึกชั้นดี

     "ทรงทำอะไรของพระองค์?"กษัตริย์เซทเอ่ยอย่างตกใจเมื่อกษัตริย์กาเบรียลเข้ามานั่งในราชรถ

     "เจ้ามีปัญหาหรือไง"กาเบรียลเอ่ยยิ้เจ้าเล่ห์

     "นี่ท่าน อ๊ะ!"

     มือใหญ่ฉวยข้อมือบางและดึงร่างบางกว่าเข้าไปใกล้ตน เซทร้องอย่างตกใจกาเบรียลลงมือปิดม่านทุกช่อง ก่อนจะจับคนที่ตัวเล็กกว่าขึ้นมานั่งบนตัก

     "ท่าน! ปล่อยเรานะ อย่าทำกิริยาสามหาวเช่นนี้กับข้าเด็ดขาด!!"เซทเอ่ยอย่างไม่พอใจ

     "อะไรกัน แต่ก่อนเจ้าไม่เห็นเอ่ยกับข้าเช่นนี้"กาเบรียลยิ้มเจ้าเล่ห์

     "นั่นมัน.....สมัยเรียน ตอนนี้เราต่างมีหน้าที่และเป็นกษัตริย์ทั้งคู่!! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!!"

     "ร้องเข้าไปสิ ถ้าคนอื่นๆมาเห็นแบบนี้จะเอ่ยว่ายังไงกันน้า หึหึ"

     "ท่าน!"เซทกัดริมฝีปากแน่นอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเงียบลง เบือนหน้าหนีไปทางอื่น

     กาเบรียลกระชับให้ร่างบางเข้ามาใกล้ตนยิ่งขึ้น ก่อนจะกอดแน่น สูดดมกลิ่นตัวหอมที่คุ้นเคยเมื่อหลายปีก่อนอย่างโหยหา

     "เจ้าแทบไม่เปลี่ยนไปเลย"กาเบรียลเอ่ยเบาๆ

     "ท่านก็เช่นกัน"เซทเอ่ยตอบกลับ

     "ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน"กาเบรียลเอ่ย
 
     "อย่าพูดเช่นนั้น"เซทเอ่ยดันตัวออกห่างจาหกาเบรียล ทั้งสองสบตากันอย่างเนิ่นนาน "อย่าทำแบบนี้อีก ท่านเป็นกษัตริย์ เราก็เป็นกษัตริย์ ทำแบบนี้มัน.....ผิด" ร่างบางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

     "ถ้าเช่นนั้น ก่อนที่พวกเราจะต้องมาเล่นละครกันต่อ ช่วยบอกข้าหน่อย"กาเบรียลเอ่ยอย่างจริงจัง "บอกข้าซิ ว่านับตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ หัวใจของเจ้ายังมีข้าอยู่อีกมั๊ย?"

     ร่างบางหันกลับมามองร่างสูงอีกครั้ง ดวงตาสีน้ำเงินไหววูบไปชั่วครู่ ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ

     "โกหก"กาเบรียลเอ่ยก่อนจะจับร่างที่บางกว่ากดลงกับเบาะนั่งและตนเองก็ขึ้นคร่อม "อย่ามาพูดเท็จกับข้า!"

     "เรามิได้โกหก"

     "แต่ดวงตาเจ้ามันฟ้อง!"กาเบรียลเอ่ย "ได้โปรด.....บอกความจริงออกมา ข้าพูดความจริงแล้ว ว่าข้านั้นคิดถึงเจ้า.....นับตั้งแต่จากกกัน หัวใจของข้าก็ยังมีแต่เจ้า"ร่างสูงก้มใบหน้าลง จุมพิตอ่อนโยนลงบนหน้าผากของคนตัวเล็กกว่า

     "ข้า....."เซทเอ่ยเสียงสั่นเครือ ร่างสูงดึงร่างบางเข้ามากอดในอ้อมอกแน่น "ข้า.....ฮึก.....ข้าก็ยังคงรักท่าน กาเบรียล.....ข้าปวดหัวใจเหลือเกิน"

     "ชู่ว์~ ข้าอยู่นี่แล้ว"ร่างสูงปลอบขวัญ

     "ตอนนี้ท่านอยู่กับข้า แต่ต่อไปเล่า เราต่างต้องมาทำหน้าที่ ต่างต้องเผชิญกับความจริงแล้ว ข้า.....โอ้ กาเบรียล เราไม่น่ารักกันเลย"ร่างบางโอบกอดร่างสูงอย่างโหยหาและหัวใจทั้งสองดวงยังกรีดร้องอย่างบอบช้ำ.....


     อาเธอร์เหลือบมองร่างเล็กที่ใบหน้ากระเดียดไปทางผู้หญิงเสียมากกว่า นี่หากไม่เห็นว่าใช่ชุดเด็กผู้ชายและลงท้ายคำพูดด้วยครับด้วยครับละก็ เขาเองยังคิดว่าเป็นเด็กผู้หญิงไปซะแล้ว

     "นี่เจ้า ชื่ออะไร?"อาเธอร์ถามห้วนๆขณะที่ม้าศึกค่อยๆวิ่งเหยาะมุ่งตรงสู่ปราสาท

     "ถามชื่อคนอื่นควรใช้น้ำเสียงเช่นนี้หรือไรองค์ชาย"เจ้าของดวงตาสีน้ำเข้มเช่นบิดาเอ่ยอย่างอวดดี

     "นี่เจ้า!!"อาเธอร์กัดฟันกรอด

     "แต่เอา กระหม่อมเห็นแก่องค์ชายที่ไร้มารยาทเช่นท่าน"เส้นขมับของอาเธอร์เต้นตุบๆ "กระหม่อมนามว่า โรเวน ฮาเวิร์ด เจ้าชายแห่งเจมิไน"

     อาเธอร์รับรู้แต่ไม่กล่าวอะไร

     "อะไรกัน ชาวซาเรสนี่ไร้มารยาทจริงๆเหรอเนี่ย แนะนำตัวเองบ้างสิองค์ชาย"โรเวนโยนระเบิดต่อ

     "กรอด~"เจ้าชายน้อยอาเธอร์พยายามอดทนอย่างใจเย็น ก่อนจะตอบเสียงห้วนๆ "อาเธอร์ เลโอนาท บริสตั้น เจ้าชายแห่งซาเรส"

     "ชื่อฟังแล้งองอาจมาก"โรเวนเอ่ย

     "ขอบใจ"อาเธอร์เอ่ยอย่างแปลกใจ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ "เมื่อครู่นี้....เจ้าใช้เวทย์มนต์กับกริฟฟินตัวนั้นหรือ?"

     "ถูกต้อง"โรเวนตอบยิ้มอย่างภูมิใจ "กระหม่อมทำเอง เพราะเห็นกษัตริย์กาเบรียลทรงดูท่าจะตามจับท่านไม่ได้ กระหม่อมก็เลยช่วยจับโอรสตัวแสบมาลงโทษ หึหึ"

     "เจ้านี่มันน่านัก!!"อาเธอร์กัดฟันกรอด ก่อนจะเตะที่สีข้างของอาชาสง่า ทำให้มันร้องเสียงหลงและออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วจนคนตัวเล็กกว่าร้องอย่างตกใจเพราะไม่ได้ทันตั้งตัวทำให้ร่างของตนเอียงวูบ โชคดีที่มือขององค์ชายอาเธอร์คว้าเอวของร่างเล็กไว้ได้

     "อ่อนหัดจริงๆปริ๊นซ์โรเวน หึหึ"

     "ท่านแกล้งข้า!!"โรเวนโวยวายอย่างไม่พอใจ

     "เจ้าหาเรื่องก่อน!"อาเธอร์ว่ากลับ

     ร่างเล็กกว่ากัดฟันกรอด และทั้งสองก็เงียบไปตลอดทาง เพราะอาเธอร์วุ่นอยู่กับการจับบังเหียนม้าและก็ต้องประคองไม่ให้คนตัวเล็กตก ส่วนโรเวนก็ต้องระวังไม่ตัวเองตกและเนื่องจากเป็นเจ้าชายน้อยจึงยังคงกลัวอยู่บ้างเวลาม้าวิ่งเร็วเช่นนี้ โดยเฉพาะม้าศึกที่มีฝีเท้าดีกว่าม้าทั่วไปทำให้ต้องหลับตาปี๋อย่างหวาดๆ

     ไม่นานเจ้าชายน้อยทั้งสองก็มาถึงปราสาท เหล่าข้าราชบริพารก็ต้องเข้ามารุมล้อมดูแลกันมากมาย แต่เจ้าชายน้อยเจ้าถิ่นสั่งการบริพารทั้งหลายให้ไปต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองเสียก่อน โรเวนโดนลากตัวโดยอาเธอร์พาไปที่ห้องนอนใหญ่สำหรับรับแขก และอาเธอร์หายตัวไปเลย ส่วนโรเวนก็นั่งอ่านหนังสือรอพระราชบิดาของตนไปเรื่อยๆแทน

     แต่เจ้าชายทั้งสองอดคิดถึงใบหน้าของอีกฝ่ายไม่ได้ ก่อนจะหัวเราะสรวลรู้สึกสุขใจอย่างประหลาด.....


     ยามราตรีมาเยือน เจ้าชายอาเธอร์ เดินตามพระบิดาไปทั่วงานเพื่อพบกับบรรดาแขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย และสายตาสีดำเข้มกวาดไปทั่วงานเพื่อควานหาเพียงคนๆเดียว แล้วก็พบ.....

     เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มกำลังเอ่ยวาจาเรื่องอะไรสักอย่างท่ามกลางบรรดานักปราชญ์ของซาเรสที่มองเจ้าชายน้อยตรงหน้าอย่างอึ้งๆปนชื่นชม เจ้าชายโรเวนนั่งอยู่บนตักพระบิดาที่แย้มยิ้มละไมมองลูกชายอย่างอ่อนโยน

     "อาเธอร์!"เจ้าชายเจ้าของนามหันไปหาพระบิดา "เจ้ามองอะไรรึ?"

     "ลูกแค่.....แปลกใจ"อาเธอร์เอ่ย ก่อนจะกลับไปมองเจ้าชายโรเวนอีกครั้ง "ทำไมโรเวนถึงนั่งอยู่ท่ามกลางนักปราชญ์เช่นนั้น แทนที่จะพูดคุยกับเด็กรุ่นเดียวกัน"

     กษัตริย์กาเบรียลได้ฟังก็มองตามลูกชาย ก่อนจะสบตาเข้ากับกษัตริย์แห่งเจมิไนสักครู่ ก่อนจะหันกลับมาที่โอรส

     "เจ้าชายโรเวนมีความสามารถด้านเวทย์มนต์อย่างมากและรอบรู้เสียด้วย จึงไม่แปลกที่จะนั่งอยู่ท่ามกลางนักปราชญ์เหล่านั้น"

     อาเธอร์มองดูร่างเล็กอีกครั้งอย่างสนใจ ก่อนจะรู้สึกแปลกๆที่หัวใจ แต่เด็กนั้นยังไม่อาจเข้าใจอะไรได้เลยในความรู้สึกลึกๆ.....


     วันรุ่ง เป็นวันที่กษัตริย์แห่งเจมิไนเดินทางกลับ เพราะไม่อยากทิ้งงานไว้นานๆ

     "เจ้าควรจะพักผ่อนเสียบ้าง"กษัตริย์กาเบรียลตรัส

     "ขอบพระทัยสำหรับความห่วงใย แต่กระหม่อมก็ยังกังวลอยู่ดี ขอตัว"

     "ลาละครับกษัตริย์กาเบรียล เจ้าชายอาเธอร์"โรเวนโค้งตัวอย่างสุภาพก่อนจะตามพระบิดาไปขึ้นราชรถ

     กษัตริย์เซทหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตูราชรถ เหลียวหลังมามองกษัตริย์กาเบรียล อาเธอร์เห็นแววตาสีน้ำเงินเข้มนั้นเป็นประกายแปลกๆและดูหม่นๆแลดูเศร้าศร้อย แต่ตอนนั้นเขายังไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร

     "เสด็จพ่อ?"โรเวนมองดูพระบิดาอย่างไม่เข้าใจ

     กษัตริย์กาเบรียลยอ้มละไมให้เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำเงินหม่นเศร้า ก่อนจะหันหลังกลับ ยืนอย่างสงบนิ่ง กษัตริย์แห่งเจมิไนสะบัดผ้าคลุมก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งในราชรถอย่างสง่างามและนั่งอย่างสงบจนโรเวนแปลกใจ

     "เสด็จพ่อ!"โรเวนร้องอย่างแปลกใจเมื่อเห็นน้ำพระเนตรไหลลงมาตามแก้มของพระบิดา

     "อ๊ะ!"กษัตริย์เซทแปลกใจ ก่อนจะรีบป้ายออก

     "ทรงกรรแสงทำไมพ่ะย่ะค่ะ"โรเวนถามอย่างห่วงใย

     พระบิดามองอรส ก่อนจะยิ้มน้อยๆ "อย่าสนใจเลยโรเวน โบกมือลาเจ้าชายอาเธอร์เสียสิ พวกเจ้าเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนิ"

     เจ้าชายน้อยทำตามที่พระบิดาตรัส ชะโงกหน้าออกจากหน้าต่าง ก่อนจะตะโกนเรียกเจ้าชายอาเธอร์ที่ยังคงเฝ้ามองราชรถสีฟ้าอ่อนอยู่

     "เจ้าชายอาเธอร์!!"

     "เฮ้ย!"อาเธอร์ร้องอย่างแปลกใจ

     "ลาก่อน!! หนึ่งวันที่เล่นกับท่านสนุกมากเลย!! ลาก่อน!!"โรเวนโบกไม้โบกมืออย่างเอาเป็นเอาตาย สายลมแรงปลิวสะบัดเส้นผมประบ่าสีดำเหลือบน้ำเงินนั้นให้ปลิวไสว

     อาเธอร์มองซ้ายมองขวา ก่อนจะสั่งให้ทหารนำม้ามาให้โดยด่วน

     "เจ้าจะทำอะไร!!?"กษัตริย์กาเบรียลเอ่ยอย่างแปลกพระทัย

     "ลูกแค่จะบอกลา"อาเธอร์ตอบสั้น ก่อนจะกระโจนขึ้นอาชาสง่าสีดำ และควบวิ่งออกไป วิ่งตรงตามราชรถสีฟ้าอ่อน โรเวนมองอย่างตกใจ

     "ท่านทำอะไร!!?"โรเวนร้องถามเมื่ออาเธอร์ควบม้ามาเคียงข้างราชรถได้สำเร็จ

     "สัญญากับข้า!!"อาเธอร์ร้อง

     "เอ๋!?"

     "สัญญามา!!"อาเธอร์ย้ำ "เราจะไปเจอกันที่เอดินเบิร์ก อีกสี่ปีข้างหน้านี้ ที่เอดินเบิร์ก โรงเรียนพระราชา!!"

     "ขะ ข้าสัญญา"โรเวนเอ่ยสัญญา ก่อนจะหัวเราะร่วน

     "และถึงตอนนั้น เราจะมาแข่งกัน"อาเธอร์ประกาศ "ข้าจะชนะเจ้าให้ได้ ข้าจะเก่งกว่าเจ้าให้ได้ เพื่อที่ข้าจะ....อ๊ะ!!"อาเธอร์ต้องหยุดควบม้ากระทันหันเพราะข้างหน้าเป็นตลาดที่ผู้คนคับคั่ง ทำให้ราชรถเทียมม้านำหน้าไปก่อน

     "ข้าสัญญาเจ้าชายอาเธอร์ และข้าจะชนะท่านให้ได้!!"โรเวนตะโกนบอก ก่อนจะหดตัวกลับเข้าไปในรถม้า

     อาเธอร์มองราชรถสีฟ้าที่จากไปไกล "ข้าอยากชนะเจ้า แข็งแกร่งกว่าเจ้า เพื่อที่จะ.....ปกป้องเจ้า"เขาไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกข้างในนี้หมายถึงอะไร แต่ความรู้สึกที่อยากปกป้องนี้เขารู้แน่นอน อยากปกป้องให้ดวงตาสีน้ำเงินนั้นเปล่งประกายตลอดไป ให้ใบหน้างามนั้นแย้มยิ้มให้ตลอดไป แม้จะเป็นรอยยิ้มที่อวดดีก็ตาม

อ่านต่อ :http://writer.dek-d.com/pasallatel/story/viewlongc.php?id=304307&chapter=3#ixzz1U8qQSwbZโรเวนออกจากห้องพยาบาลได้ในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยมีไธนอสมาคอยรับอยู่หน้าห้อง

     "ไง หายดีแล้วเหรอ?"ไธนอสถามอย่างห่วงใย

     "ก็อย่างที่เห็นละ"โรเวนตอบยิ้มน้อยๆ

     "ไปเถอะ ทุกคนเขารอยนายอยู่"ไธนอสพยุงพาโรเวนไปยังห้องอาหารดราก้อน

     เมื่อไปถึง เหล่าบรรดาทะโมนแห่งป้อมอัศวินตรงหรี่เข้ามาหา ซักไซ้ถามอย่างห่วงใยและอยากรู้ โดยเฉพาะเจ้าตัวก่อปัญหาที่ถามแล้วถามอีกไม่หยุด จนต้องเจอไม้คฑาหนักๆของแองเจลิน่าเข้าให้ที่หัวจึงยอมสงบปากสงบคำ

     "ยินดีต้องรับกลับมาโรวี่"ลูคัส ซาตานอารมณ์ดีเข้ามทักทายพรอ้มกับนักบวชหน้าบูด

     "ขอบใจ พวกนายคงวุ่นพอดูเหมือนกันนิตอนฉันไม่อยู่"

     "ก็ใช่น่ะสิ"ลอเรนซ์ตอบอย่างไม่สบอารมณ์เหมือนเดิมตามนิสัย "วุ่นวายชะมัด พอนายไม่อยู่ ไอ้เจ้าพวกตัวแสบก็ร่าเริงซะจนน่ารำคาญ"

     "แหม นานๆทีคนอื่นๆจะได้สนุกแบบสบายในนะลอรี่"

     เฟี้ยว~ ฉึก!

     "หุบปากไปซะไอ้บ้า ถ้ายังไม่อยากตาย!!"ลอเรนซ์โวยลั่นโรงอาหาร

     ซาตานอารมณ์ดีที่ยังคงยิ้มหน้าเป็นอยู่อย่างนั้น เหลียวหลังไปมองมีดสั้นที่ปักอยู่เหนือหัวครี้ ธันเดรอ์ไม่กี้เซนฯ ก่อนจะหันมาเอ่ยกับนักบวชหน้าบูด

    "เดียวก็เสียเงินซ่อมกำแพงอีกหรอกลอรี่"

     เฟี้ยว~ เฟี้ยว~ ฉึก ฉึก!!

     "ฉันบอกให้หุบปาก!!"

     "แหม ลอรี่เนี่ยใจร้ายจัง"

     "ไอ้ลูคัส!!"

     แล้วมีดบินก็ลอยไปทั่วโรงอาหาร ทุกคนแทบหลบกันไม่ทัน โรเวนที่ถอนหายใจอย่างระอาต้องพาลมีโดนลูกหลงหลบมีดสั้นไปกับเขาด้วย

     "ตายซะเถอะไอ้บ้า!!"ลอเรนซ์ประกาศก้อง ส่งมีดบินใส่ลูคัสไม่ยั้งมือ

     "ใจร้ายอีกแล้ว อย่างนี้ต้องจับสั่งสอนเสียให้เข็ด"ว่าแล้วซาตานก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะให้ความเร็วเหลือเชื่อไปยืนอยู่ข้างหลังนักบวชผมทองที่ตกตะลึงเมื่อหันมาเห็นเขาอยู่ข้างหลัง วงแขนแกร่งช้อนตัวนักบวชหน้าสวยเสียแต่ชอบทำหน้าบูดขึ้นพาดบ่า

     "ปะ ปล่อยฉันลงนะเฟ้ย!!"ลอเรนซ์ร้อง ก่อนจะหน้าแดงอย่างอายๆ

     "เด็กดื้อแบบนี้ต้องถูกทำโทษเสียให้เข็ด"ว่าจบก็เดินดุ่มๆพาร่างเล็กบนบ่าออกไปนอกห้องอาหารทันที ส่วนลอเรนซ์ที่ดูเหมือนจะทำอะไรไม่ได้ได้แต่ร้องโวยวายและทุบหลังร่างสูง ใบหน้าบูดเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกและตกใจ

     "ปล่อยฉันนะไอ้ลูกคัส อย่าน้า~~~~!!!!!"

     ...................

     "ส่งบิลไปเก็บพวกนั้นด้วย"โรเวนเอ่ยกับไธนอส "ให้ตาย ต้องซ่อมห้องอาหารดราก้อนใหม่อีกแล้วเหรอเนี่ย"

     "ที่จริง เจ้าสองคนนี่เล่นพังห้องสมุด ห้องเรียนสองห้อง ห้องปรุงยาอีกห้อง โรงเก็บสมุนไพรและก็หอพักไปแล้วกว่าสามครั้ง"ไธนอสอธิบาย

     "อะไรกันนะ!"โรเวนร้องอย่างตกใจ "ไอ้พวกนี้นิมัน!! สงสัยต้องลงโทษเสียให้เข็ด"

     ว่าจบโรเวนก็นั่งลงก่อนจะทางอาหารที่ไธนอสสั่งมาให้ แต่ไม่เท่าไหร่ก็อิ่มเสียแล้ว จึงขอตัวไธนอสกลับไปที่ห้องก่อน เพื่อจัดการสะสางงานที่ค้างไว้

      โรเวนเดินตรงออกมาจากห้องอาหารดราก้อน ก่อนจะเลี้ยวผ่านทางเดินไปที่หอ และสายตาก็เหลือบไปเห็นบุคคลที่ตนไม่คาดหวังว่าจะเจอ.....อาเธอร์หันมามองโรเวน ก่อนจะเดินตรงเข้ามาทันที โรเวนรีบเดินหนีทันทีเพราะตอนนี้ตนไม่อยากพบเจอร่างสูงเท่าไหร่นัก

     "เดี๋ยวสิ!"อาเธอร์คว้าข้อมือของร่างเล็กกว่าไว้ทัน โรเวนสะบัดมือนั้นออกก่อนจะหันมามอง รอยยิ้มอวดดีท้าทายส่งมาให้อาเธอร์เหมือนครั้งเดิมๆ แต่สายตาสีน้ำเงินนั้นต่างหากที่ทำให้อาเธอร์ต้องเจ็บปวดที่หัวใจ ดวงตาสีน้ำเงินงามนั้นไร้วี่แววใดที่จะส่งมาให้ตนเลย มันหม่นหมองเสียจนน่าตกใจ

     "มีอะไรหรือท่านอาเธอร์"

     "หายดีแล้วหรือ?"อาเธอร์ถาม แปลกใจกับน้ำเสียงเรียบๆ

     "เราหายดีแล้ว ขอบคุณที่ถาม หากไม่มีธุระอันใด เราก็ขอตัว"โรเวนสะบัดตัวเดินจากไปทันที มุ่งตรงขึ้นหออัศวินอย่างไม่รีรอใดๆ

     อาเธอร์มองร่างเล็กอย่างรวดร้าวใจ ก่อนจะเงยหน้ามองขึ้นไปยังบานหน้าต่างที่เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินสวยอาศัยอยู่

     "หากเจ้าต้องการเช่นนั้น"อาเธอร์เอ่ยเสียงแผ่ว "ข้าก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอย่างที่เจ้าต้องการ"


     หลายวันต่อมา โรเวนยังคงมึยงงเล็กน้อยกับงานต่างๆมากมายที่ตนค้างเอาไว้และงานใหม่ที่โผล่เข้ามา ส่วนจะเกี่ยวกับร้องทุกข์และบิลค่าใจ้จ่ายซ่อมของเจ้าเหล่าทะโมนทั้งหลายและส่วนใหญ่ที่สุดก็คือของสองผู้คุมกฏ (ที่มีอะไรแปลกๆ??) ที่มีแต่บิลเก็บเงินส่งตรงมาชั่วโมงละใบเลยทีเดียว

     "กรรมจริงๆเว้ย"โรเวนบ่นอย่างอ่อนล้า ก่อนจะยกกาแฟขึ้นดื่มอึกใหญ่ ก่อนจะหันไปสนใจงานตรงหน้าต่อ

     แกร็ก.....แอ็ด.....

     "ไธนอสเหรอ?"โรเวนเอ่ยถามโดยไม่เงยหน้าจากเอกสาร "มาก็ดี มาช่วยฉันจัดการบิลค่าใช้จ่ายของเจ้าสองตัวนี้หน่อยสิ แล้วทางที่ดีก็ช่วยแบ่งงานไปทำบ้างก็ดีนะ"

     "โอ้! ดูเหมือนเมจิกปริ๊นซ์ของป้องอัศวินจะทำงานตัวเป็นเกลียวเลยนะเนี่ย"

     โรเวนตกใจไม่น้อยกับน้ำเสียงคุ้นหูนี้ ก่อนจะเงยหน้าสบตาผู้มาเยือน ก่อนจะยิ้มท้าทาย

     "นึกว่าผู้ใด ปริ๊นซ์อาเธอร์หัวหน้าปราสาทขุนนางนี่เอง"

     ทั้งสองจ้องกันอย่างท้าทายและโอ้อวด.....เหมือนที่ผ่านๆมา

     ดีแล้ว.....โรเวนคิด.....ทำแบบนี้แหละดีแล้ว.....อริกันก็ดีแล้ว.....

     ในเมื่อเจ้าต้องการ.....อาเธอร์รำพึงในใจ.....ข้าก็จะทำตาม.....

     "มีธุระอะไรหรือ??"โรเสนหลบสายตาก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น

     "มาแจ้งเรื่องงานเลี้ยงวันเกิดของมหาปราชญ์เลโมธีไงละ ลืมเสียแล้วหรือ ไม่นึกนะเนี่ยว่าความจำสั้นขนาดนี้"อาเธอร์แย็บเข้าให้

     "หึหึ เราไม่ได้ลืมหรอกท่านอาเธอร์ แต่เราก็นึกไม่ถึงนะเนี่ยว่าคนอย่างท่าน.....จะพูดเรื่องมีสาระกับเขาบ้าง"โรเวนตอกกลับเข้าไปอีกหนึ่งดอก

     (1-1 เสมอกันแล้วคร้าบ.....)

     "พูดดีไปเถอะโรเวน ฮาเวิร์ด.....นี่คืองานของป้อมอัศวินที่ต้องทำในงานนี้"อาเธอร์วางแฟ้มงานสีแดงสดไว้บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยเอกสารงาของโรเวน

     "ขอบคุณ แค่นี้สินะ"

     อาเธอร์มองคนตรงหน้าอย่างเจ็บปวด แต่ก็พยายามไม่แสดงออกมา

     "เหนื่อยหรือเปล่า?....."ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาอย่างเผลอเรอทำใหทั้งสองต้องชะงักค้าง อาเธอร์รีบกระแอมไอ โรเวนกัดริมฝีปากก่อนจะทำงานของตนต่อ

     "ถ้าท่านหมดธุระแค่นี้ก็ออกไปได้แล้ว"อีกครั้งที่เอ่ยปากไล่ร่างสูง อาเธอร์กำมือแน่น อดทนกดความรู้สึกข้างในเอาไว้อย่างเต็มที่ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

     โรเวนมองบานประตูไม้ที่ปิดตัวลงสงบนิ่งก่อนจะกัดริมฝีปากแน่นจนเลือดห้อ มือเรียวกำแน่นกับปากกา อีกมือกุมที่หัวใจ

     "บ้าที่สุด! หยุดส่งเสียงน่ารำคาญนี่เสียที!!"

     หัวใจเต้นระรัวด้วยความดีใจและตื่นเต้นยังคงส่งเสียงทรยศกับเจ้าของต่อไป.....

     อาเธอร์เดินลงมาจากป้อมอัศวินท่ามกลางความแปลกใจของใครหลายคน เขาเอามือกุมที่หัวใจ รับรู้ได้ว่ามันเต้นระรัวอย่างดีใจที่ได้เจอร่างบาง แต่มันก็ช่างเจ็บปวดเหลือเกินที่ร่างบางนั้นหาได้สนใจตนไม่

     "หยุดเถิด.....ลืมมันเสีย"

     พูดน่ะง่าย แต่ะเวลาทำน่ะ มันยากนะ.....


     "เอาล่ะ"โรเวนเอ่ยกวาดตามองทุกคนที่นั่งรวมตัวกันอยู่ในห้องประชุมอันกว้างใหญ่ของป้อมอัศวิน

      "งานวันเกิดของมหาปราชญ์เลโมธีจะจัดที่ปราสาทขุนนาง อย่างว่าละทที่นั่นมันดีที่สุดแล้วละนะ.....ทางป้อมอัศวินของเราได้รับหน้าที่ให้ทำการอารักขาและดูแลแขกผู้มางานทุกคนและบริเวณโดยรอบของงาน ป้องกันไว้ไม่ให้เกิดเหตุร้าย แถมงานนี.....ราชาปีศาจเอวิเดสก็มาร่วมงานด้วย"

     "อะไรนะ!!"เฟรินร้องเสียงหลงก่อนจะกลิ้งตกเก้าอี้ดังโครมใหญ่

     "จริงเฟริน ฉันว่างานคุ้มครองราชาเอวิเดสนี่ มอบให้นายดีที่สุด กับราชบุตรเขย หึหึหึ"

     เกิดเสียงร้องแซวเล่นสองคู่รักที่แปลกประหลาดของป้อมอัศวิน เฟรินหน้าแดงแปร๊ด ส่วนคาโลยังคงรักษาฟอร์มหน้านิ่งได้ต่ออย่างน่าชื่นชม

     "เอาละ หน้าที่ของแต่ละคนจะอยู่ในกระดาษที่แจกไว้ให้แล้ว อ่านมาซะให้เรียบร้อย ถ้าหากถึงวันงานแล้วละก็ ใครก็ตามที่ทำผิดพลาด....."น้ำเสียงของโรเวนเยือกเย็นลงเรื่อยๆ จนบรรดารุ่นน้องและเพื่อนร่วมรุ่นชั้นอื่นๆแทบจะสั่นสะท้านไปทั้งตัว "ฉันจะจัดการจนลืมไปเลยว่าชีวิตที่แสนสงบนั้นเป็นยังไง หึหึ"

     เฮือก!!


     ....................

     แล้วอีกไม่กี่วัน วันงานก็กำลังดำเนินมาถึงอย่างรวดเร็ว แต่ละหอของโรงเรียนพระราชาต่างทำหน้าที่ของตนกันเต็มที่ โดยเฉพาะป้อมอัศวินที่ดูจะขยันขันแข็งเสียจนหออื่นแปลกใจ ก็แน่ละก็เล่นโดนข่มขู่ไว้ซะน่ากลัวขนาดนั้นนี่หน่า เป็นใครก็ต้องกลัวเป็นธรรมดาละ.....

     โรเวนที่สามารถเคลียร์งานได้อย่างรวดเร็วจนน่าชื่นชมและควรมอบผู้นำดีเด่าอวอร์ดให้ โรเวนยิ้มร่าก่อนจะปิดขี้เกียจปิดแฟ้มงานสุดท้ายลงอย่างพอใจ

     "อ้าว เสร็จแล้วเหรอ"ไธนอสเดินเข้ามามองดูโต๊ะงานที่กลับมาเรียบร้อยเหมือนเดิมของโรเวน

     "อืม"โรเวนยิ้ม "ค่อยยังชั่ว ฉันนึกว่าจะจมกองงานตายซะแล้ว"

     "นายดูหน้าซีดๆนะ"ไธนอสเอ่ยอย่างแปลกใจ

     โรเวนเพียงยิ้ม ที่จริงงานมันเสร็จได้เพราะเขาทำงานโต้รุ่งแบบไม่หลับไม่นอนไปสามวันเลยน่ะสิ (อึดจริงพ่อคุณ)

     "นายได้นอนพักผ่อนหรือเปล่า?"ไธนอสเดินเข้ามาใกล้ ก้มหัวลงเอาหน้าผากทาบเข้ากับหน้าผากของโรเวน ก่อนจะจับที่แก้มของโรเวน

     "ขอโทษนะ แต่ฉันโต้รุ่งน่ะ.....สามวันเสียด้วยสิ"โรเวนสารภาพยิ้มๆ

     "อะไรนะ!?"ไธนอสผละจากโรเวนอย่างตกใจ

     "แฮะๆ"โรเวนยิ้มแหยๆ

     "นายนี่มัน!! เฮ้อ! มิน่าละดูไม่ดีเลย"

     "เอาน่า ไหนๆงานก็เสร็จแล้ว ฉันยังพอมีเวลาหลับแล้วละ โอย~"โรเวนเซตัวจนเกือบล้มลงกับพื้น โชคดีที่ไธนอสรับไว้ได้ทัน

     "ระวังหน่อยสิ"ไธนอสดุอย่างไม่จริงจัง

     โรเวนยิ้มน้อย "อ๊ะ....."โรเวนเพิ่งสังเกตุเห็นว่าตนอยู่ในอ้อมกอดของไธนอส รับรู้ถึงจังหวะการขึ้นลงของการหายใจจากร่างสูง "ไธนอส ปล่อยฉันได้แล้ว" โรเวนเอ่ยเบาๆ

     ร่างสูงกว่ายอมแต่โดยดี โรเวนก้าวออกห่างเล็กน้อยก่อนจะยิ้ม

     "นายไปจัดการงานของนายเถอะ ฉันอยากจะนอนพัก"

     "แน่ใจนะว่าจะไม่ไปห้องพยาบาล"

     "อืม.....ไม่เป็น....ไร....โอย....."

     "โรเวน!!"

     ดวงตาสีน้ำเงินค่อยๆมืดลงเรื่อยๆ ก่อนจะมืดสนิท.....


    สัญญากับข้า.....สัญญามา...อีกสี่ปีข้างหน้า เราจะไปเจอกันที่เอดินเบิร์ก.....

     ข้าสัญญา.....

     ข้าจะชนะเจ้าให้ได้.....เพื่อที่จะ...ปกป้องเจ้า.....

    
อา.....

     ดวงตาสีน้ำเงินเข้มมองฝ่าขึ้นไปท่ามกลางความมืดในราตรี แสงจันทร์ยวงสาดส่องแสงมาที่ร่างบางอย่างอ่อนโยน โรเวนลุกขึ้นนั่งบนเตียงนุ่มสีขาว ก่อนจะพบว่าตนกลับมาอยู่ห้องพยาบาลอีกครั้ง

     "รู้สึกเราจะมาเยือนที่นี่บ่อยจังแหะ"โรเวนเปรยกับตัวเองเบาๆ

     แล้วพลัน ถ้อยคำในห้วงนิทราก็หวนเข้ามาให้นึกถึง มันเป็นถ้อยคำวาจาที่เนิ่นนานมาแล้ว ถ้อยคำที่ลอยมากับสายลมทุกครั้ง.....ว่าจะปกป้องเรา.....

     "ปกป้องเหรอ?.....ท่านทำไม่ได้หรอก"โรเวนเอ่ย "ท่านน่ะปกป้องเราไม่ได้หรอก ในเมื่อความรู้กสึกของท่านเองก็มิอาจควบคุมได้ด้วยซ้ำ....."นั่นก็เป็นการย้ำกับตัวเอง.....ใช่มั๊ย.....โรเวน ฮาเวิร์ด

อ่านต่อ :http://writer.dek-d.com/pasallatel/story/viewlongc.php?id=304307&chapter=4#ixzz1U8qWk9jgแล้ววันงานเฉลิมฉลองวันเกิดของมหาปราชญ์เลโมธีก็มาถึงอย่างรวดเร็ว

     ที่ลานของปราสาทโรงเรียนพระราชา เหล่านักเรียนต่างเข้าแถวต้องรับเหล่าบรรดากษัตริย์ทุกพระองค์และต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี บรรดาทหารป้อมอัศวินก็จัดการอารักษ์ขาได้อย่างน่าชื่นชม กษัตริย์บาโรแห่งคาโนวาลเพิ่งเดินทางมาถึงด้วยอาชาสีดำสง่าเหมือนเดิมเป็นเวลาเดียวกับ.....

     "ราชาปีศาจเอวิเดส เกรเดเวล แห่งเดมอส!!"

     พลันท้องฟ้าสีฟ้าก็มืดหม่นลงไปชั่วขณะ ฟ้าผ่าเสียงดังสนั่นสร้างความตื่นตระหนกได้เล็กน้อย แล้วพลันก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้นทันทีจนแสบตาและทุกคนต้องรีบหลับตาทันที

     ว๊ากกกก!!

     ฝ่าบาทททท!!

     เฮ้ย!! โอ๊ย!!

     แล้วแสงสว่างสีขาวแสบตาก็ค่อยๆหายไป ท้องฟ้าสีหม่นกลับมาเป็นสีฟ้าสดใสอีกครั้ง ทุกคนต่างจ้องมองมาที่ลานทันทีก่อนจะร้องอย่างตกใจ

     เฟรินตบหน้าผากของตนดังป้าบใหญ่ ก่อนจะมองดูสภาพบิดาของตนเองอย่างระอา

     ณ บัดนี้ราชาเอวิเดสแห่งเมืองปีศาจนั่งไอค่อกไอแค่กอยู่ท่ามกลางกองควันสีขาวขุ่น บนหัวมีเจ้าโกโดมโคมุสนอนสลบไสลตาลาย เรือนผมสีดำยาวหลุดออกจากโบว์สีแดงทำให้มันสยายออกเต็มแผ่นหลังและพื้นดิน กรอปเข้ากับใบหน้างดงามจนน่าหลงใหลในแบบปีศาจชวนให้คนอื่นๆแปลกใจ ทั้งๆที่คิดว่าราชาปีศาจจะน่ากลัวกว่านี้ ที่ไหนได้.....ก็น่ารักดี แต่ว่า.....นิสัยเหมือนเด็กกะโปโลชะมัด.....

     "แค่กๆ โอย~ นึกว่าจะตายซะแล้ว แหม โชคดีจริงเชียวมีเบาะรองรับเสียด้วย"ราชาปีศาจเอ่ยอย่างพอใจ

     "เออ!! ท่านนั้นโชคดี แต่ข้านี่สิโชคร้ายชะมัดที่ต้องมาถูกเนื้อต้องตัวปีศาจอย่างเจ้า"

     ถ้อยคำแสลงหูกับน้ำเสียงที่ราชาเอวิเดสไม่มีวันลืม ดวงตาสีดำมองหาเจ้าของเสียงอย่างไม่สบอารมณ์

     "ลุกออกไปเสียที มันไม่งามเท่าไหร่หรอกนะ!!"

     เอวิเดสเหลือบมองสิ่งที่คนคิดว่าเป็นเบาะรองนั่ง แต่ที่ไหนได้ นั่นคือกษัตริย์บาโร วาเนบลีนั่นเอง ซึ่งส่งใบหน้านิ่วคิ้วขมวดมาให้ราชาปีศาจอย่างไม่พอใจที่นั่งทับคร่อมตนอยู่นี่

     "อ้าว! ไฉนท่านลงไปนอนอยู่ตรงนั้นเสียละบาโร หึหึ"เอวิเดสหัวเราะอย่างสะใจ "หรือคิดจะรอรับข้าหรือ"

     "ข้าไม่ได้พิศวาสแม้แต่จะมองเจ้าสักนิด"บาโรเอ่ยเสียงเย็น

     "จริงอ่ะ?"เอวิเดสเอียงคออย่างท้าทาย ก่อนจะปล่อยเสน่ห์ปีศาจเข้าให้ แต่บาโรนั่นป้องกันได้อย่างยอดเยี่ยม "ว้า~ ท่านทำให้เราหมดสนุกจริงๆบาโร ดันสวมสร้อยปกกันมนต์ดำมาเสียด้วย"

     "ลุกออกไปเสียที"บาโรเอ่ยย้ำอย่างไม่สบอารมณ์

     เอวิเดสยอมลุกขึ้นแต่โดยดี ก่อนจะหยิบเจ้ากวางโกโดมลงมาจากหัว และเขวี้ยงมันออกไปไกลๆทันที

     "แบร่! ข้าอยากจะมาพักผ่อนนะเจ้ากวางบ้า"ไม่พูดเปล่า แลบลิ้นใส่อีกต่างหาก.....ดูยังไงนิสัยเหมือนเด็กกะโปโลชัดๆ!!

     "พ่อ"เฟรินเดินเข้ามาหาอย่างระอา

     "อ้าว สวัสดีเฟลิโอน่าของพ่อ"ว่าแล้วก็ตรงเข้ากอดลูกสาวทันที

     "โอย~ พอเหอะพ่อ เข้าปราสาทไปก่อน เดี๋ยวผมจะตามไปทีหลัง งานมันยุ่ง"

     "โอเค เดี๋ยวพ่อจะรอ"เอวิเดสยกนิ้วทำท่าโอเคก่อนจะเดินเอ้อระเหยตามคนนำทางไป ไม่วายเหลียวหลังมามองกษัตริย์บาโรที่มีคาโลคอยดูแล

     ดวงตาทั้งสองสบกันก่อนราชาปีศาจจะทำกิริยาที่ใครหลายๆคนก็ต้องยิ่งย้ำกับตนเองมากขึ้นไปอีกว่า เด็กกะโปโลชัดๆ!!

     "เจ้าหน้าบากบ้า แบร่!!"

     ว่าจบก็เดินหัวเราะร่าจากไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้กษัตริย์บาโรส่งไอเย็นอย่างไม่สบอารมณ์ไปทั่ว


     โรเวนยืนยิ้มรอต้อนรับกษัตริย์อย่างเอวิเดสหรือไม่ก็บาโร หรือไม่ก็คิงริดชาร์ดอยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร งานนี้พระบิดาของเขามิอาจมาได้ เพราะติดเรื่องกำราบพวกกบฎที่ชายแดน 

     "ยินดีต้อนรับกษัตริย์บาโร วาเนบลี"

     "หวังว่าเจ้าปีศาจนั่นคงไม่....."

     "ขออภัย แต่ราชาเอวิเดสก็จะทรงพักผ่อนที่นี่ด้วยแน่นอน"

     "บัดซบ!"บาโรเอ่ยเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในป้อมอย่างไม่สบอารมณ์อีกครั้ง

     โรเวนหัวเราะน้อยๆกับกิริยาของบาโรและเอวิเดสที่ยังไงก็ไม่ถูกกัน ยิ่งราชาปีศาจที่มีเสน่ห์ไม่น้อยนั้นนนับวิ่งยิ่งเปิดเผยนิสัยแบบเด็กๆมากขึ้น

     โรเวนรอจนมั่นใจว่ากษัตริย์ทุกพระองค์เข้าที่พักแล้ว จึงคิดจะเดินไปตรวจสอบการตรวจตราของผู้คุมกฎ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างเล็กบอบบางในชุดหรูหราเดินดุ่มๆเข้ามาหาตน

     "เจ้าพี่โรเวน"จักรพรรดินีวิเวียนนานีย่า เอ่ยอย่างดีใจ

     "องค์จักรพรรดินี"โรเวนโค้งคำนับให้อย่างนอบน้อม

     "อย่าทำเช่นนั้นเลย เราต่างรู้จักกันดีมาก่อนนะเจ้าพี่"

     "ท่านเป็นถึงกษัตริย์ อย่าเอ่ยวาจาเช่นนั้นเลย มันไม่งาม"

     วิเวียนขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเอ่ย

     "เหตุใดเจ้าพี่ยังคงเฉยชากับน้องอย่างนี้เล่าเพค่ะ!"

     "เสียงดังเกินไปแล้วกระหม่อม"

     "ท่านพี่ก็รู้อยู่แก่ใจดี ว่าน้องรักเจ้าพี่ขนาดไหน เหตุใดเจ้าพี่มิสนใจ"

     "เพราะ.....ข้ามิได้รักเจ้า"โรเวนเอ่ยบอกไปตรงๆ เพราะหากปล่อยไว้นานๆ มันจะยืดเยื้อเกินไป อาจะทำให้ร่างบางตรงหน้าต้องหวังกับในส่งที่เป็นไปไม่ได้

     วิเวียนมองโรเวนอย่างอึ้งก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว "ไม่จริง"

     "เป็นเช่นนั้น"โรเวนยืนยันหนักแน่น

     วิเวียนกำมือแน่น ก่อนจะเดินดุ่มๆจากไปอย่างโกรธเคือง โรเวนมองตามร่างบางจนลับสายตาหายไปแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ดีแล้วที่เขาเอ่ยปากพูดความจริงเสียที ไม่เช่นนั้นวิเวียนก็มิอาจจะกลายเป็นราชินีที่แข็งแกร่งได้

     งานเลี้ยงเริ่มขึ้นในค่ำวันนั้นเอง

     โรเวนในชุดสูทอย่างเป็นทางการสีดำ ยืนคุยอยู่กับไธนอสในมุมหนึ่งของงาน ก่อนจะหัวเราะออกมาน้อยๆกับมุกตลกของไธนอส

     อาเธอร์มองภาพนั้นอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะกระดกไวน์ดื่มไปอีกอึกใหญ่ แล้วก็คว้าแก้วใหม่มาไว้ในมือต่อ

     ณ มุมหนึ่งของงาน.....

     "มันจะดีเร้อ~เฟริน"คิลเอ่ยอย่างลังเล

     "น่าๆ เชื่อฉันเถอะ ได้ผลชะงัก ใส่ปุ๊บ ดื่มปั๊บ เมาแอ๋เลยละ"เฟรินเขย่าขวดเล็กที่ใส่น้ำสีส้มเอาไว้ข้างใน

     "แล้วนี่นายจะใช้ใครเป็นเหยื่อละ?"คิลถาม

     เฟรินมองไปทั่วงานก่อนจะยิ้มพรายและเอ่ย.....

     "ฉันอยากเห็นรุ่นพี่โรเวนเมามาตั้งนานแล้ว"

     "อย่าบอกนะว่า....."คิลกลืนน้ำลายอึกใหญ่

     "หึหึหึ แน่นอน"เฟรินยิ้มร่า

     ................

     โรเวนยังคงพูดคุยกับไธนอสอยู่นาน ขณะเดียวกันเจ้าตัวปัญหาทั้งสองตัวที่แอบวางแผนชั่วก็พยายามหาทางดำเนินแผนอย่างยากลำบาก

     อาเธอร์กระดกแก้วไวน์เป็นแก้วที่สิบสอง แต่ไม่ยักกะเมาสักที.....

     และขณะเดียวกัน (อีก) เอวิเดสก็กำลังนั่งเบ้ปากฟังเจ้ากวางโกโดมโคมุสบ่นอยู่ข้างๆอย่างไม่สบอารมณ์ ในมือถือแก้วไวน์สีแดงสดเอาไว้ ข้างๆเป็นอาหารมังสวิรัตที่ทานไปจนหมดแล้ว

     "....ควรจะวางตัวเยี่ยงกษัติรย์ที่ดีพร้อมสิพ่ะย่ะค่ะ ไม่ใช่ทำนิสัยเชกเช่นเด็กน้อย แบบนั้นอาจจะทำให้เจ้าพวกเอเดนเอาไปนินทา แถมอาจจะทำลายชื่อเสียงเกรเดเวลที่สั่งสมมานานหลายพันปีอีกด้วย....."

     เอวิเดสวางแก้วลงก่อนจะยกมือขึ้นปิดหูอย่างอดทน ก่อนจะเหลือบไปเห็นสายตาเย้ยๆที่จับจ้องมาทางตนของกษัตริย์บาโร

     ".....เลิกนิสัยกลั่นแกล้ง เหวอ!!"เจ้ากวางแคระร้องเสียงหลง เอวิเดสยิ้มร่าก่อนจะเดินตรงไปที่ระเบียงและปาเจ้ากวางออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่แรงของตนจะอำนวย และแลบลิ้นใส่รั้งท้าย

     "นั่นนะหรือคือกิริยาของกษัตริย์แห่งแดนคนบาป"

     เอวิเดสหันไปมองเจ้าของเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะเอ่ย

     "ไม่นึกว่าท่านช่างสอดรู้สอดเห็นเหมือนกันนิ บาโร วาเนบลี"

     ราชาปีศาจแย้มยิ้มอย่างขบขัน บาโรสำรวจร่างกายของคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า รูปร่างสูงก็จริง แต่ยังเตี้ยกว่าเขานัก สวมเสื้อซะตัวใหญ่เชียว ทังๆที่ดูผอมแท้ๆ ใบหน้าที่เกือบจะสวยแต่ก็ดูจะสวยจริงๆ.....เสน่ห์ปีศาจนี่ร้ายกาจนัก.....ไม่นึกว่าอลิเซียจะรักเจ้าปีศาจนี่

     "มองอะไรไม่ทราบ"เอวิเดสว่าอยางไม่พอใจ แล้วสายลมอ่อนๆก็พัดมา ทำให้เรือนผมแพรไหมสีดำรัตติกาล ปลิวไสวน้อยๆสร้างเสน่ห์เพิ่มมากขึ้นจนบาโรเองยังแปลกใจ

     "หากไม่มีธุระอันใดก็ถอยไปซะเจ้าหน้าบาก แบร่!"ว่าจบก็เตรียมจะเดินจากไป แต่แต่ถูกคนที่ตนไปวางกับระเบิดเอาไว้คว้าข้อมือเอาไว้เสียนี่

     "รู้สึกปีศาจอย่างเจ้านี่จะปากดีกันทุกตัวเชียวนะ"

     เอวิเดสมองบาโรอย่างไม่พอใจ "ความจริงแล้ว มนุษย์ควรจะใช้คำว่า 'ตัว' มากกว่ากับสัตว์เสียอีก"

     "ปากดีจริงๆเสียด้วย"บาโรยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะผลักให้ร่างเล็กกว่าไปติดกะแพงระเบียงที่อับแสงและคนมองไม่เห็น ร่างสูงใช้มือยันคร่อมร่างเล็กกว่าเอาไว้

     "ท่านจะทำอะไร!!"เอวิเดสเอ่ยอย่างแปลกใจ

     "แก้แค้น!"บาโรกระซิบข้างหูเอวิเดสด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

     "เจ้ามัน.....สามหาวนัก!!"เอวิเดสกัดฟันกรอด

     "หึหึหึ"บาโรหัวเราะในลำคอ ก่อนจะใช้ฟันขบที่ติ่งหูร่างที่เสียเปรียบเบาๆ เอวิเดสสะดุ้งอย่างตกใจ ก่อนจะดันให้ร่างสูงออกห่าง "อย่านิ่งเถอะน่า" บาโรสั่งอย่างราคาญ ก่อนจะตรึงแขนทั้งสองข้างของเอวิเดสเอาไว้เนื้อหัว สูดดมความหอมจากเรือนผมสีดำ แต่เอวิเดสไม่ได้มีอาการหวาดกลัวแต่อย่างใด แต่กลับจ้องบาโรเขม็ง

     "กล้ามากนักนะเจ้าหน้าบากปัญญาอ่อน!!"ว่าจบเท้าของราชาเอวิเดสก็กระทืบลงไปที่เท้าของบาโรอย่างแรง จนกษัตริย์แห่งคาโนวาลแทบกลั้นเสียงไว้ไม่ทัน จำต้องปล่อยร่างบางและกระโดดหยองๆกุมเท้าเอาไว้อย่างเจ็บปวด

     "คิดจะแก้แค้นฉันมันเร็วไปร้อยปีเว้ย! แบร่!!"

อ่านต่อ :http://writer.dek-d.com/pasallatel/story/viewlongc.php?id=304307&chapter=5#ixzz1U8qo5m1nวลาผ่านไปเนิ่นนาน ในที่สุดเจ้าตัวแสบแห่งป้อมอัศวินก็สามารถดำเนินการแผนร้ายได้เสียที เฟรินรีบเทของเหลวสีส้มใส่ลงไปในแก้วของโรเวนที่วางอยู่บนโต๊ะก่อนจะรีบวิ่งแจ้นหนีออกไปทันที

    โรเวนเริ่มคอแห้งหลังจากสนทนาโต้ตอบกับเหล่าบรรดามีทรงความรู้มากมายจึงคว้าแก้วไวน์ของตนขึ้นมาดื่ม ก่อนจะขอตัวจากวงสนทนานั้นไปที่เข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้หายง่วงเสียหน่อย เพราะงานยังคงดำเนินต่อไปอีกยาว

     "เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"โรเวนรำพึงกับตนเบาๆ เมื่อเริ่มรู้สึกร้อนๆไปทั้งตัว หน้าเริ่มแดงเพราะฤทธิ์ยาที่กระตุ้นให้สุราที่ดื่มมีฤทธิ์แรงขึ้น โรเวนต้องหยุดเดินก่อนจะเซพิงเข้ากับฝาผนัง "อืม....."

    อาเธอร์ที่กระดกเหล้าเป็นน้ำวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเป็นแก้วที่ยี่สิบสองของค่ำคืน ก่อนจะเดินไปที่ห้องน้ำเพื่อไปหาร่างบางที่หายไปนานไม่ยอมกลับมาสักที

     "หายไปไหนเนี่ย??"อาเธอร์ว่าก่อนจะสังเกตเห็นร่างบางนั่งหอบหายใจอยู่ข้างๆประตูห้องน้ำ"โรเวน??"

    ร่างสูงเดินเข้าไปหาร่างบางก่อนจะได้กลิ่นสุราลอยออกมาจากตัวร่างบางน้อยๆ

     "ไม่จริงมั้ง เมาเหรอเนี่ย?"อาเธอร์เอ่ยอย่างแปลกใจ ก่อนจะพยุงให้คนตัวเล็กกว่าลุกขึ้นได้อย่างง่ายดาย

    โรเวนที่ตอนนี้เมาแอ๋ไปกับฤทธิ์ยาลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ส่งเสียงอู้อี้งัวเงียเหมือนคนเมา

     "หืม.....อารายเนี่ย....."

     "เจ้าเมาแล้วโรเวน ไปพักผ่อนเถอะ"อาเธอร์เอ่ย

     "เมาเมออาราย....."โรเวนเอ่ยค้าน ก่อนจะหัวเราะน้อยๆ "แล้วนี่ท่านเปงคราย~"

     "เฮ้อ ข้าอาเธอร์ไงละ"

     "อาเธอร์....."ร่างบางทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนนึกคิดก่อนจะยิ้มกว้างหัวเราะร่า"อ้อ~!อาเธอร์ น่านเองเหรอ~"

     "ข้าว่าเจ้าควรไปนอนได้แล้ว ไปห้องข้าก่อนแล้วกัน เมาแบบนี้คนเอาไปนินทากันตาย"อาเธอร์ว่ามองซ้ายมองขวาก็ไม่พบใคร

     "ครายเมา~ข้าม่าย~เมาซ้ากหน่อย หึหึ ท่านนี่แปลกจริง คิกๆ"ว่าแล้วก็วงแขนเล็กก็กอดคอร่างสูงแน่น จนอาเธอร์แปลกใจมองดูร่างบางที่หัวเราะคิกคัก "ฮ่าฮ่า ข้าไม่อยากนอน ข้าอยากอยู่กาบท่านมากกว่า"

    คำเอ่ยของร่างบางทำให้ร่างสูงแปลกใจมากขึ้น หัวใจนั้นเต้นระรัวอย่างลิงโลด

     "จริงหรือ?"

     "ก็จริงซี๊~"โรเวนที่เมาแอ๋ตอบ ยิ้มพรายหัวเราะคิกคักกอดร่างสูงแน่น"อยู่กาบข้าสิ....."

     "ได้สิ"อาเธอร์ว่ากระชับเอวร่างบางให้เข้าใกล้ตนยิ่งขึ้น

     "คิกๆ.....ร้อนจางเลย"ร่างบางเอ่ย

    อาเธอร์ก้มลงกระซิบข้างหูร่างบางเบาๆ"คืนนี้เจ้าจะร้อนยิ่งกว่านี้อีก"

     "หา....อารายนะ....."ร่างบางเอ่ย แต่ร่างสูงไม่พูดซ้ำสองช้อนร่างของโรเวนขึ้นและเดินดุ่มๆขึ้นห้องตัวเองไปทันที


    ในห้องของอาเธอร์ที่ถูกตกแต่งจะหรูยิ่งกว่าห้องของป้อมอัศวิน เพราะปราสาทขุนนางนั้นมีเงินเหลือมากมายพอจะตกแต่งห้องทุกห้องให้หรูได้ ร่างสูงวางร่างบางลงบนเตียงอย่างนุ่มนวลก่อนจะเดินไปปิดประตูและล็อคกลอนเสียเรียบร้อย

    ในเมื่อเจ้าตัวเขายินยอม.....มีหรือคนอย่างอาเธอร์จะปล่อยไป.....(แต่นั่นมันคนเมานะเฟ้ย!!)

     "อืม.....ที่หนายเนี่ย??"โรเวนมองไปรอบๆอย่างไม่คุ้นตา

     "มาเรื่องของเราดีกว่า"อาเธอร์ตัดบท ก่อนจะขึ้นคร่อมร่างบางทันที แต่ในครั้งนี้ร่างบางไม่ได้โวยวายเหมือนทุกที แต่กลับนิ่งรอคอยร่างสูงอย่างยินยอม

    อาเธอร์ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะค่อยๆปลดเสื้อสูทของร่างบางออก ก่อนจะเหลือแค่เสื้อเชิร์ตสีขาวสะอาดที่ตอนนี้ถูกปดกระดุมออกเผยให้เห็นแผ่นอกขาวเนียนดูงดงามท่ามกลางแสงจันทร์ยวงยามค่ำคืน

     "เจ้าช่างงดงามไม่เปลี่ยนแปลงโรเวน"อาเธอร์ก้มลงกระซิบข้างหูร่างบาง ก่อนจะขบเม้มที่ติ่งหูของโรเวนอย่างหยอกล้อ

     "อืม....."โรเวนครางน้อยๆ

    อาเธอร์รีบถอดเสื้อผ้าส่วนบนของตนออก เผยให้เห็นอกแกร่งสมส่วนแบบลูกผู้ชาย มือใหญ่ตรึงข้อมือของร่างบางเอาไว้กับเตียงก่อนจะก้มลงประกบริมฝีปากเข้ากับกลีบกุหลาบอิ่มอย่างโหยหาและร้อนแรง

     "อืม.....อา.....อืม......"ร่างบางครางอย่างพอใจ ร่างสูงสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากทันที ก่อนจะตวัดพันเกี่ยวยุ่งเหยิงกับลิ้นของร่างบางอยู่เนิ่นนาน จนร่างบางหายใจไม่ออกต้องทุบหน้าอกแกร่งเบาๆ อาเธอร์อ้อยอิ่งอยู่นาน ลิ้นร้อนยังคงพันเกี่ยวกับลิ้นของร่างบางแม้จะถอนริมฝีปากออกมาแล้ว ทำให้น้ำใสเหนียวรสสุรายืดยาวเชื่อมต่อกันอยู่ชั่วครู่และสะบั้นลง

    อาเธอร์ปล่อยให้โรเวนหอบหายใจเข้าปอดอยู่เพียงครู่ก่อนจะประกบริมฝีปากลงไปอีกครั้ง คราวนี้เร่าร้อนจนปลุกไฟแห่งอารมณ์ราคะของทั้งสองให้ตื่นตัวเต็มที่

    ริมฝีปากของร่างสูงเลื่อนลงมาตามซอกคอขบเม้มสร้างรอยรักแสดงความเป็นเจ้าของหลายจุด

     "อา.....อาเธอร์.....อืม....."โรเวนครางเสียงสั่น


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>NC ไปโหลดเอานะ ^^

     "ข้ารักเจ้า....."ร่างสูงเอ่ยชัดเจน ก่อนจะก้มกระซิบที่ข้างหูร่างบางด้วยน้ำเสียงเซ็กซี่และเร่าร้อน"ข้ารักเจ้าเหลือเกิน....ข้ารักเจ้า โรเวน ฮาเวิร์ด.....ข้ารักเจ้ามาก แล้วเจ้าเล่า.....รักข้าหรือไม่?รักอาเธอร์ บริสตั้น คนนี้หรือไม่...คนที่รักเจ้าสุดหัวใจ"

    โรเวนที่ยังเมาไม่สร่างมองร่างสูงด้วยดวงตาหวาดหยดไปตามความต้องการส่วนลึก.....เขาว่ากันว่า เวลาคนเมา จะพูดแต่ความจริง ทำแต่ความจริง ตอบแต่ความจริงเสมอ.....ร่างบางนี้เองก็เช่นกัน หัวใจนี้จดจำชื่อของร่างสูงได้ขึ้นใจ ต้องการร่างสูงเสียยิ่งกว่าใคร....

     "ข้าก็รักท่าน"ร่างบางตอบเสียงกระเส่า "ข้ารักท่านอาเธอร์ บริสตั้น"หัวใจดวงน้อยบอกเช่นนั้น เจ้าของก้อนเนื้อนั้นก็รู้สึกเช่นเดียวกัน"ข้ารักท่านมากเช่นกันอาเธอร์ รักมาตลอด"

    อาเธอร์ยิ้มอย่างดีใจ กนอจะก้มลงจุมพิตร้อนแรงให้ร่างบางอีกครั้ง ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆโรเวน ดึงให้ร่างบางเข้ามาใกล้กอดไว้แนบอก และไม่นานร่างบางก็ผลอยหลับไป ร่างสูงมองวร่างบางในอ้อมแขนอยู่นาน เล่นผมยาวสักครู่ก่อนจะหลับตาม

    สายลมเย็นๆพัดผ่านอยู่ภายนอก แสงจันทร์สีเงินยวงยังคงสาดส่องมายังคู่รักที่นอนหลับตาพริ้มกันอยู่บนเตียงสีขาว อวยพรให้ดวงใจทั้งสองได้รับรู้ความรู้สึกของแต่ละฝ่าย และให้ทั้งคู่ได้สมหวังเสียที....



อ่านต่อ :http://writer.dek-d.com/pasallatel/story/viewlongc.php?id=304307&chapter=6#ixzz1U8qvMPhRแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกหน้าต่างใสและผ้าม่านสีฟ้าอ่อน ส่องกระทบเรื่อนร่างงดงามของร่างเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงสีขาวสะอาดในอ้อมแขนของร่างสูง

     เปลือกตาหนาค่อยๆปรือขึ้นอย่างช้าๆก่อนจะกระพริบปริบๆอยู่สักครู่ และใช้มือเรียวขยี้ตาเบาๆเสยผมยาวของตนไปให้พ้นสายตา ก่อนจะมองไปรอบๆห้องอย่างงงงวยเพราะมันช่างไม่คุ้นตาเอาเสียเลย มันดูหรูหราเกินกว่าจะเป็นป้อมอัศวิน ร่างบางยันตัวให้ลุกขึ้นก่อนจะร้องเสียงหลงเบาๆเมื่อรู้สึกเจ็บและปวดไปทั้งสะโพกและช่องทางด้านหลังจนต้องกัดฟันกรอด

     "เกิดอะไรขึ้น!?"โรเวนเอ่ยกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะรู้สึกหนักๆที่เอว พอก้มลงไปมองก็ต้องเบิกตาโตอย่างตกใจก่อนจะมองไปตามแขนไปเรื่อยๆจนเห็นหัวไหล่...คอ...และใบหน้าเจ้าของแขนใหญ่นี้.....

     "อาเธอร์!!??"โรเวนร้องเสียงหลงลั่นห้อง ส่งผลให้เจ้าของห้องตัวจริงต้องลืมตาตื่นขึ้นอย่างงัวเงีย ลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจ โรเวนมองร่างสูงข้างกายอย่างตกตะลึงก่อนจะเริ่มหวั่นๆ มองร่างสูงที่เปลือยเปล่าอย่างตกใจก่อนจะก้มมองตัวเองที่ตอนนี้เปลือยเปล่าเช่นกันจนต้องรีบคว้าผ้าห่มสีขาวขึ้นมาปกปิดกายอย่างตื่นตระหนก

     ไม่จริงใช่มั๊ย.....ไม่จริง!!

     "ไม่จริงใช่มั๊ย!....."โรเวนรำพึงกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะมองไปรอบๆเตียง ก็พบคราบแข็งๆและรอยเลือด "ไม่จริง....."

     อาเธอร์ที่ยังตื่นไม่เต็มที่หันมามองร่างบางข้างๆ แต่ยังไม่ทันได้มองเต็มๆกูถูกหมัดลุนๆกระแทกเข้าให้

     พลั่ก!

     โอ๊ย!!

     ร่างสูงถึงกับตกเตียงลงมากระแทกพื้นและตื่นเต็มที่ โรเวนร้องอย่างตกใจรีบเบือนหน้าหนีร่างเปล่าเปล่าบนพื้นทันที

     "สามหาวนัก!!"ร่างบางว่าไม่หันมามองร่างสูงที่ยังคงงงวยอยู่บนพื้น

     อาเธอร์ลุกขึ้นยืน จับกรามอย่างเจ็บปวด ทำท่าจะเดินเข้ามาหาแต่โรเวนร้องห้าม

     "อย่าเข้ามานะ ให้ตาย!! หาอะไรใส่ซะ อย่าเข้ามา!!"

     อาเธอร์คว้าผ้าเช็ดตัวมาพันไว้รอบเอวก่อนจะเดินเข้าไปหาร่างบางที่นั่งกัดฟันกรอดอยู่บนเตียง มือใหญ่จับมือเรียวแต่คนตัวเล็กสะบัดมือหนี

     "อย่ามาแตะต้องเรา!!"โรเวนเอ่ยเสียงเข้มจนอาเธอร์แปลกใจ

     "ทำไมกันละ? ก็เมื่อคืนเจ้า...."

     "อย่า!! อย่าพูดนะ!!"โรเวนตะโกน ยกมือขึ้นปิดหู "ห้ามพูด!! มัน.....ไม่จริง!!"

     อาเธอร์เริ่มไม่พอใจที่ร่างบางปฏิเสธตน จึงเดินดุ่มๆเข้าไปคว้าข้อมือของโรเวนเอาไว้แล้วเอ่ย

     "เจ้าจำไม่ได้หรือ!!"

     "ไม่ ไม่!!"โรเวนส่ายหน้าหนี แต่ไม่นานนัก ความทรงจำเมื่อคืนก็แล่นปร๊าดเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ "ไม่จริง.....ข้าไม่ได้.....ข้าไม่ได้....."

     "เจ้าเป็นของข้าแล้ว"อาเธอร์เอ่ยตรงๆ โรเวนหันมามองอาเธอร์อย่างตื่นตระหนกตกใจ

     "ไม่จริงใช่มั๊ย!?"

     "จริง"อาเธอร์ย้ำเสียงเข้ม

     "ไม่....."โรเวนเอ่ยเสียงแผ่ว น้ำใสเริ่มเอ่อล้อมรอบดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่วูบไหว "ไม่จริง....."

     "จะให้ข้าพิสูจน์มั๊ยละ"อาเธอร์เอ่ยอย่างไม่พอใจ ก่อนจะฉุดกระชากร่างบางให้มายืนที่หน้ากระจกโดยไม่สนอาการเจ็บปวดที่สะโพกของโรเวนเลยแม้แต่น้อย

     โรเวนเบิกตาโต มองตนในกระจกที่มีเพียงผ้าห่มสีขาวปกปิดกาย อาเธอร์ยืนยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่ข้างหลัง

     "ข้าเริ่มจากตรงนี้"ร่างสูงใช้นิ้วยาวลูบริมฝีปากอิ่ม "และใช้ลิ้นแถมเจ้าก็ยังตอบสนองข้าอีกด้วย....."เสียงทุ้มของร่างสูงกระซิบที่ข้างหูร่างบาง ".....และข้าก็เลื่อนลงมาตรงนี้"มือใหญ่เปลี่ยนมาลูบไล้ที่คอแทน โรเวนมองรอยช้ำวงกลมเล็กๆมากมายที่คออย่างตกใจ ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีอย่างอับอาย แต่มือใหญ่จับใบหน้างามให้หันไปมองในกระจกอีกครั้ง "ทำไมเล่า....ตอนที่ข้าสร้างรอยเหล่านี้ เจ้าก็ร้องครางอย่างสุขสม กอดรัดข้าอย่างเต็มใจ.....บดเบียดร่างกายของข้าอย่างรักใคร่....."

     "ไม่....."โรเวนปฏิเสธความจริง

     "เป็นความจริง....."ร่างสูงเลียที่รอบรักบนต้นคอร่างบาง โรเวนกัดริมฝีปากของตนแน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองครางออกมา ".....แล้วข้าก็มาตรงนี้.....หน้าอกนุ่มของเจ้า....."มือที่ว่างอยู่ลูบที่หน้าอกที่สั่นเพราะความหวาดหวั่น "ใช้ลิ้นร้อนๆลากลงไปเรื่อยๆ....."มือใหญ่ลากลงที่หยุดอยู่ที่สะโพก ก่อนจะเคล้นมันเบาๆ "เจ้าครางอย่างสุขสม"ร่างสูงเขยิบตัวเข้าบดเบียดร่างบางจากข้างหลัง "และเจ้าก็ตื่นตัว!"

     "พอได้แล้ว....."โรเวนเริ่มตัวสั่น

     "พอหรือ.....ไม่เลย เมื่อคืนนี้เจ้าไม่เคยพอ.....รู้มั๊ยเกิดอะไรขึ้น....."โรเวนกัดฟันกรอด "ข้าเข้าไปในตัวเจ้า.....ร่างกายของเจ้าตอบรับข้า เจ้าครางออกมาอย่างสุขสมและยินยอม เอ่ยวาจาเร่งขอร้องเหมือนหญิงสาวได้เสียกับคนรัก....."

     "ไม่!.....หยุดนะ!!"

     ".....เจ้าขอให้ข้าเข้าไปอยู่ในตัวของเจ้า เจ้าครางแล้วครางอีกอย่างไม่สิ้นสุด กอดข้าแน่นเหมือนคู่รัก จิกเล็บด้วยอาการทรมานแต่สุขสม ดวงตาของเจ้าหยาดเยิ้ม ร่างกายของเจ้าเต็มไปด้วยเหงื่อแห่งกามอารมณ์ มอบจุมพิตร้อนแรงเร่าร้อนให้ข้า....."

     "อย่า!! พอที!!"ร่างบางสะบัดตัวหนีจากร่างสูง ยากที่จะยอมรับความจริงที่รู้อยู่แก่ใจ

     อาเธอร์เดินดุ่มๆเข้าไปหา คว้าข้อมือร่างบางและเขวี้ยงโรเวนให้ล้มตัวลงนอนบนเตียงก่อนตนจะรีบขึ้นคร่อม กดตัวร่างบางเอาไว้ด้วยมือใหญ่ ร่างบางดิ้นรนขัดขืนก่อนจะร้องเสียงหลงเพราะเจ็บที่สะโพก

     "เจ็บใช่มั๊ย.....นั่นละคือหลักฐานล่ะ.....หลักฐานว่าเจ้าเป็นของข้า"อาเธอร์เอ่ยย้ำกับร่างบาง

     "ไม่....."ร่างบางตัวสั่นเทิ้ม น้ำใสเอ่อรอบดวงตาทั้งสองข้าง

     "อย่าปฏิเสธความจริงเสียเลยโรเวน....."อาเธอร์เอ่ย ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูโรเวน "และเมื่อคืนนี้เองที่เจ้าบอกรักข้า....."

     โรเวนเบิกตาโต

     "เจ้าบอกว่ารักข้า.....เลิกโกหกข้า เลิกโกหกตัวเองเสียที.....เจ้ารักข้า"

     "ไม่!!"

     "จริง!! เจ้ารักข้า.....และข้าเอง.....ก็รักเจ้า....."

     ร่างบางตกใจกับคำสารภาพรักที่ไม่คาดคิด

     "ข้ารักเจ้า....."อาเธอร์ย้ำ "ตั้งแต่แรกพบจนถึงตอนนี้ ข้ารักเจ้าไม่เสื่อมคลาย ต่อให้ผู้หญิงสักกี่คนก็ไม่อาจแทนที่ในหัวใจของข้าได้เลย ไม่มีหญิงใดจะเติมเต็มความรู้สึกของข้าได้ นอกจากเจ้าคนเดียว.....เจ้าคนเดียวเท่านั้นที่ข้าขอมองชีวิตและหัวใจให้เจ้า...เพียงเจ้าคนเดียว"

     น้ำใสเอ่อล้นออกมาจากขอบตาของร่างบาง มันไหลอาบแก้มของร่างบางเป็นทางยาว ดวงตาสองสีสบกันเนิ่นนาน อาเธอร์มองที่ริมฝีปากของร่างบางก่อนจะโน้มตัวลงใกล้.....

     "โกหก....."

     ร่างสูงชะงัก มองร่างบางอย่างไม่เข้าใจ

     "โกหก....."โรเวนเอ่ยเสียงสั่น "ท่านโกหก!"

     "โรเวน.....?"

     "หากรัก...ทำไมถึงทำกับเราแบบนี้!!"ร่างบางร้อง "หากรักจริง!! จะทำร้ายเราทำไม จะทำแบบนี้ทำไม ท่านมัน.....มัน!!.....ท่านมันเลวที่สุด!!"ร่างบางดิ้นรนขัดขืนจากพันธนาการ ก่อนจะดันอกร่างสูงออกห่างจากตน

     "ท่านมันเลว ชั่วที่สุด!! ย่ำยีข้า ทำลายข้า ทำลายเกียรติของข้าจนหมด เพราะคนเลวๆอย่างท่านเพียงคนเดียว!!"

     "โรเวน!"อาเธอร์จับข้อมือของร่างบางไว้แน่นและให้หันมามองตน

     "ปล่อยข้านะ! อย่ามา อุ๊บ!"

     ริมฝีปากของร่างสูงกระกบเข้ากับริมฝีปากอิ่ม มอบจุมพิตเร่าร้อนเมื่อยามคืนก่อนให้ โรเวนขัดขืนดิ้นรนแต่ถูกอาเธอร์กดหัวและกอดเอวเอาไว้ไม่ให้หนีได้

     ลิ้นร้อนถูกส่งเข้าไปในโพรงปากของร่างบาง ตวัดหาความหวานและพันกันยุ่งกับลิ้นของร่างบาง

     "อืม.....อือ....."ร่างบางครางออกมาอย่างเผลอไปล ก่อนจะทุบหน้าอกร่างสูงประท้วงเพราะหายใจไม่ออก

     "แฮ่กๆ....."โรเวนสูดอากาศเข้าปอดอย่างรวดเร็ว แต่อาเธอร์ไม่ปล่อยไว้นานก็ประกบริมฝีปากลงอีกครั้ง.....รุนแรงและเร่าร้อน จนร่างบางอ่อนระทวยแต่พยายามกุมสติให้มั่นคงเอาไว้

     "อืม.....ไม่...อื้ม!.....หยุดนะ.....อา....."โรเวนเอ่ยจนแทบจะฟังไม่รู้เรื่อง มือเรียวพยายามดันให้ร่างสูงออกห่างจากตน "อ๊า.....แฮ่กๆ....."

     ร่างสูงผละออกอย่างพอใจแต่ถึงอย่างไรก็ยังต้องการอีกอยู่เรื่อยๆ

     เพี๊ยะ!!

     ร่างสูงหน้าสะบัดไปตามแรง

     "เลวที่สุด!!"

     อาเธอร์หันมามองเจ้าของคำพูด

     "ชั่วช้า สามหาว!!"โรเวนว่าต่อ น้ำตาใสเอ่อล้นออกมาไม่ขาดสายก่อนจะร้องไห้ออกมาเงียบๆกอดตัวเองแน่น

     อาเธอร์เริ่มใด้สติ หน้าเสียทันที มองร่างบางอย่างเจ็บปวด

     "ขอโทษ....."อาเธอร์เอ่ย "ข้าขอโทษ"

     โรเวนเช็ดน้ำตาออก ก่อนจะเรียกคฑาประจำกายออกมาอาเธอร์ตกใจไม่น้อยคิดว่าร่างบางจะสาปตนเสียแล้ว หาความจริงคือร่างบางร่ายมนต์หายตัวไปเสียแล้ว

     ร่างสูงถอนหายใจก่อนจะเอามือกุมหน้าผากอย่างหนักใจและรู้สึกผิด แต่ก็โกรธเคืองอยู่เนืองๆ

     "โรเวน....."


     ร่างบางกลับมาที่ห้องของตัวเองในสภาพกึ่งเปลือย โชคดีที่ยังมีผ้าห่มสีขาวจากห้องของอาเธอร์คลุมกายมา โรเวนทรุดลงกับพื้นอย่างเจ็บปวด แต่ที่เจ็บปวดที่สุด.....กลับเป็นหัวใจของตนเอง

     เจ็บเหลือเกิน.....เจ็บทั้งกายและใจ.....

     เจ็บไปหมด.....ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้.....ทำไมท่านถึงทำกับข้าเช่นนี้.....

     ย่ำยีข้า ทำลายศักดิ์ศรีข้า.....และยัง.....ทำเรื่องชั่วช้าแบบนั้น.....

     ทำไม.....รักเหรอ.....หากรัทำไมถึงทำเช่นนี้....

    เจ้าบอกรักข้า.....เจ้ารักข้า.....อย่าโกหกตัวเอง.....

    
รักเหรอ.....ใช่! ข้ารักท่าน.....นั่นคือสิ่งที่ข้าปฏิเสธตลอดมา.....

     ข้ารักท่าน!! ข้ารักท่านมากๆ!!.....

     รักท่านมากแท้ๆ.....แต่ทำไมท่านกลับทำกับข้าเช่นนี้ละ.....

     ท่านรักข้าจริงๆหรือ......


อ่านต่อ :http://writer.dek-d.com/pasallatel/story/viewlongc.php?id=304307&chapter=7#ixzz1U8r1Gx1hรเวนพยายามใช้เวทย์รักษาบรรเทาอาการบาดเจ็บกับตนอย่างระมัดระวังอยู่นาน กว่าจะสามารถกลับมาเดินได้คล่องอีกครั้ง แต่เพราะเวทย์มนต์รักษานั้นเป็นเวทย์ที่ต้องใช้สมาธิสูงและความสามารถมากๆโดยเฉพาะในเรื่องของการร่ายเวทย์ที่ยาวเยียด โรเวนแม้จะเป็นเมจิกปริ๊นซ์ก็ยังไม่อายรักษาตนให้หายขาด เพราะมันยังมีอาการเจ็บสะโพกอยู่น้อยๆ

     "ก็ยังดีกว่าเดินไม่ได้ละนะ"โรเวนเอ่ยเบาๆ ก่อนจะมองตัวเองในกระจก.....รอบลำคอขาวยังคงเต็มไปด้วยรอยช้ำมากมายจนสังเกตุเห็นได้ แม้แต่เด็กสามขวบยังทักเลย.....มันชัดเจนเหลือเกิน

    หลักฐานว่าเจ้าเป็นของข้า..........

    
โรเวนหลับตา พยายามสงบจิตใจให้นิ่งเฉยไว้เสีย

     "มันก็แค่.....ฝันร้าย.....แค่ฝันร้าย"เตือนตนเช่นนั้น แต่ยามลืมตา รอยเล็กๆเหล่านั้นยังคงกระจ่างชัดไม่ลบเลือน โรเวนเลือกการร่ายมนต์และรอยเล็กรอบคอก็เริ่มจางหายไปอย่างช้าๆ

     เมื่อรอยรอบคอหายไปแล้ว โรเวนจึงพอใจขึ้นมาบ้างก่อนจะพยายามจัดผมของตนให้เรียบร้อย พลันภาพยามค่ำคืนเมื่อวานนี้แล่นผ่านเข้ามาในหัว ภาพของร่างสูงจ้องมองมาด้วยความเสน่ห์หาและรักใคร่ มือใหญ่ลูบเรือนผมของเขาอย่างอ่อนโยน สัมผัสนั้นเหมือนจะยังคงอยู่.....

     "ไม่!!"โรเวนหลับตาแน่นไล่ภาพเหล่านั้นให้หายไป "แค่ฝันร้าย.....มันไม่ใช่เรื่องจริง"

     ....................

     เมื่อถึงเวลาเที่ยงวัน เหล่าบรรดากษัตริย์ต่างเริ่มกลับบ้านแคว้นของตนกันแล้ว อาเธอร์ลังเลสักครู่ก่อนจะลากบิดาของตนออกมาจากฝูงชน เมื่อสังเกตุว่าไม่มีใครแอบฟังแล้วจึงเอ่ยอย่างร้อนรนและเศร้าใจ

     "เสด็จพ่อ ลูกจะทำอย่างไรดี!!?"

     "เจ้าหมายถึงอะไร??"กาเบรียลมองโอรสอย่างงงงวย

     "ลูก....."อาเธอร์ลังเลก่อนจะเอ่ยเบาๆ "ลูกได้...ได้ทำร้ายคนที่ลูกรัก!"

     "อะไรนะ!"

     "เบาหน่อยเสด็จพ่อ!.....จริงๆ ลูกทำร้ายคนที่ลูกรัก ลูกจะทำเช่นไรดี!!"

     "ใครคือคนรักของเจ้า?"

     "เอ่อ.....คือ....."

     "ข้าถามว่าใคร??"กาเบรียลมองลูกชายอย่างคาดคั้น

     "สะ เสด็จพ่อ ลูกขออภัย"อาเธอร์หน้าเสีย "คนรักของลูก.....คือเจ้าชายโรเวน ฮาเวิร์ดแห่งเจมิไน"

     "อะไรนะ!!"กาเบรียลร้องอย่างตกใจ มองลูกชายอย่างไม่อยากเชื่อ

     "ชู่ว์~ เงียบหน่อยเสด็จพ่อ"อาเธอร์มองซ้ายมองขวาก่อนจะหันไปกล่าวกับบิดาอีกครั้ง "ลูกขออภัยจริงๆเสด็จพ่อ แต่ลูกรักโรเวน ลูกรักโรเวนมาก แต่ลูกได้พลาดพลั้งทำร้ายเขาไปแล้ว เสด็จพ่อ!! ลูกจะทำเช่นไรดี!!?"

     "เจ้าคงไม่ได้....."

     อาเธอร์ตบหน้าผากตัวเองก่อนจะเอามือปิดหน้าอย่างหนักใจ "ลูก.....หมายถึง.....เอ่อ....."อาเธอร์เอามือออกจากหน้า
 
     "เอาละ!"กาเบรียลยอกมือห้าม "ข้ารู้ว่าเจ้าหมายถึงอะไร"

     "ลูกขออภัยจริงๆเสด็จพ่อ"อาเธอร์เอ่ยอย่างสำนึกผิด "ลูกผิดไปแล้ว"

     กาเบรียลมองลูกชายอย่างหนักใจ ไม่นึกเลยว่าเรื่องราวมันจะซ้ำรอยเช่นนี้.....

     "ลูกจะทำเช่นไรดี โรเวนเกลียดลูกแล้ว ไม่แม้แต่จะมองหน้าลูกด้วยซ้ำ!"

     "เฮ้อ~"กาเบรียลถอนหายใจหนัก ก่อนจะจับบ่าลูกชายตบเบาๆและเอ่ย "ลูกพ่อ เจ้านั้นโตแล้ว ควรจะรู้จักหาวิธีแก้ไขเอง พ่อ.....ช่วยอะไรเรื่องนี้เจ้าไม่ได้ แต่พ่ออยากเตือนใจไว้อย่างหนึ่ง"กาเบรียลมองลูกชายอย่างดุดัน ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง "หน้าที่ของเจ้าคือเป็นราชา หน้าที่ของโรเวนก็คือราชา เพราะเขาได้รับคะแนนจากประชาชนมากกว่าใครแน่นอน นี่ขนาดยังไม่ลงสมัครด้วยซ้ำนะ.....เจ้าควรตัดสินใจให้ดีระหว่าง.....ความรักที่เจ้าเฝ้าหวง ห่วงหา สิ่งที่หัวใจของเจ้าต้องการเพื่อตอบสนองความต้องการ เพื่อคนๆเดียวที่เจ้าจะมอบชีวิตให้ หรือเจ้าจะเลือก.....หน้าที่ สิ่งที่เจ้าแบกรับอยู่แล้ว ประชาชน ประเทศชาติและชัยชนะ สิ่งนี้ที่เจ้าถูกฝึกฝนมาให้ครอบครองมัน เพื่อตัวเจ้าและประเทศ เลือกเอาเถิด.....รักที่หัวใจเพรียกหา หรือหน้าที่ที่แสดงถึงความรับผิดชอบ.....เลือกเอา และข้ายอมรับกับทางเลือกของเจ้าเสมอไม่ว่าเจ้าจะเลือกทางใดก็ตาม"

     "เสด็จพ่อ....."

     "ข้าไปละ"กาเบรียลตัดบท "เลือกดีๆ แล้วข้าจะรอฟังคำตอบ"

     ว่าจบ กษัตริย์แห่งซาเรสก็กระโดดขึ้นกริฟฟินตัวใหญ่สีทองดูน่าเกรงขามก่อนมันจะโผนทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า นำขบวนแห่งซาเรสไปอย่างสง่างาม

     อาเธอร์ถอนหายใจหนักอย่างนักใจ ก่อนจะเหลือบมองร่างบางที่กำลังพูดคุยกับราชาแห่งแดนคนบาป


     "น้องสาวข้าฝากมาบอกเจ้าโรเวน ฮาเวิร์ด"

     "อะไรหรือกระหม่อม?"โรเวนเอ่ยถามอย่างสุภาพ

     เอวิเดสยิ้มกว้างเหมือนเด็กๆ "เธอบอกว่า.....อนาคตของเจ้าขึ้นอยู่กับเจ้าเอง ว่าจะเลือกทางใด.....จงเลือกให้เหมาะกับตน เจ้าอาจจะไม่ใช่มหาราชในอนาคตก็ได้ หรืออาจจะใช่ก็ได้.....ขึ้นอยู่กับเจ้าเพียงคนเดียว"

     โรเวนดูงงงวยไม่น้อย เอวิเดสเพียงยิ้มก่อนจะเดินไปหาลูกสาว ทิ้งให้โรเวนทยทวนคำพูดของตนต่อไป

     "พ่อไปนะลูก"เอาวิเดสกอดลูกสาวแน่น ก่อนจะหันมาทางคาโล "ถึงข้าจะไม่ชอบหน้าเจ้า แต่ก็ดูและลูกข้าดีๆละ"

     "กระหม่อมให้สัญญา"คาโลโค้งตัวน้อยๆ

     "ดี.....แล้วอย่านิสัยเหมือนพ่อเจ้าละ"ประโยคหลังเอ่ยดังๆเพื่อให้คนที่ตนกล่าวถึงได้ยิน

     บาโรที่กำลังเตรียมขึ้นมาคิ้วกระตุกอย่างไม่สบอารมณ์นิดๆ

     "อย่าเอาสัยแย่ๆมาใช้ ข้าหวังว่าเชื้อสโนว์แลนด์ในตัวแม่ของเจ้าจะมากกว่าเชื้อพ่อของเจ้านะ หึหึหึ"

     "พูดอย่างนี้ข้าว่าเรามาเคลียร์กันให้จบๆไปเลยดีกว่ามั๊ย เอวิเดส"บาโรเอ่ยอย่างอดกลั้น แต่เครื่องหมายโกรธขึ้นอยู่เต็มใบหน้า

     "ถึงยังไงเจ้าก็แพ้ข้าอยู่ดี"เอวิเดสเอ่ยยิ้มๆ "เจ้าหน้าบากปัญญานิ่ม!! แบร่!!"

     เปรี้ยง!.....วาบ!!

     สายฟ้าฟาดผ่าลงมาที่ลานแล้วแสงสีขาวบาดตาก็ส่องสว่างก่อนจะหายไปพร้อมกับร่างของราชาปีศาจและเจ้ากวางโกโดม

     "หนอย!!"บาโรสบถดังลั่นอย่างแค้นใจ "คอยดูเถอะ อย่าเผลอก็แล้วกัน!!"ว่าจบก็ตวัดตัวขึ้นอาชาสีดำสง่าและบึ่งจากไปด้วยอารมณ์โทละ

     "ฉันว่าเรื่องของพ่อเราคงจะยืดเยื้อกันอีกนาน"เฟรินเอ่ยอย่างระอา "และคาดว่ามันคงจะนานมากๆแน่ถ้าต่างยังทำตัวแบบนี้"


     โรเวนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องทำงานของตน สมองนึกทบทวนคำพูดของราชาเอวิเดสอย่างครุ่นคิด

    ขึ้นอยู่กับเจ้าเพียงคนเดียว..........

    
ร่างเล็กถอนหายใจก่อนจะนวดขมับเบาๆ ไธนอสเดินเข้ามาในห้อง หอบเอกสารงานมาเต็มอ้อมแขนก่อนจะวางไว้บนโต๊ะ

     "นี่เป็นเรื่องของเจ้าลอเรนซ์กับลูกคัสที่ไปสร้างปัญหาไว้กับหออื่นอีกแล้ว แล้วก็เจ้าเฟรินที่ก่อเรื่องเอาไว้ยังไม่ได้ชำระ แล้วก็.....เฮ้! โรเวน นายฟังฉันอยู่หรือเปล่า?"

     ไธนอสมองเพื่อนอย่างแปลกใจที่เอาแต่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเดียว

     "โรเวน!"

     ".........."

     "โรเวน!!"ไธนอสจับบ่าโรเวนเขย่า ทำให้โรเวนตื่นจากภวังค์

     "อะ อะไรเหรอ?? มีอะไร??"โรเวนหันมาถามเพื่อนสนิทอย่างงงงวย

     "นายเป็นอะไร เหม่ออยู่ตั้งนาน??"

     "อ๊ะ! ขอโทษที"โรเวนเอ่ยเบาๆ "แค่คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ?"

     "แล้วเมื่อคืนนายหายไปไหนมาเหรอ? ฉันตามหานายซะทั่วแต่ไม่เจอ"

     โรเวนชะงัก ก่อนจะพยายามทำตัวตามปกติ "ฉันก็แค่.....ง่วงนิดหน่อยเลยกลับมานอนที่ห้องน่ะ"

     "แต่ตอนฉันมาหานายที่ห้องนายก็ไม่อยู่นิ??"

     "เอ่อ.....ก่อนหน้านั้นฉันขึ้นไปดูดาวบนดาดฟ้ามาน่ะ แหะๆ"

     "อ๋อ"ไธนอสพยักหน้าอย่างรับรู้ ก่อนจะหรี่ตาลงเหมือนรู้ทัน "มีอะไรหรือเปล่า?"

     "ไม่มีนิ"โรเวนส่ายหน้า

     "แน่ใจนะ??"

     "แน่ใจ!"โรเวนตอบทันควัน "ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันสบายดี ดีมากๆ"

     ไธนอสถอนหายใจก่อนจะเอ่ยเบาๆ ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้โรเวนจนห่างกันแค่คืบ

     "งั้นทำไมขอบตานายถึงดูช้ำจังเลยละ"

     "อ๊ะ!"โรเวนยกมือขึ้นจับขอบตา

     "คนอื่นไม่ได้สังเกตุหรอก แต่ฉันเห็นนะ"ไธนอสเอ่ยอย่างห่วงใย "แน่ใจนะว่าไม่มีอะไร"

     มือใหญ่ลูบหัวโรเวนอย่างเอ็นดู ความจริงแล้วที่ทั้งสองคนทำตัวเหมือนคู่รักแบบนี้ คุณผู้อ่านอาจเข้าใจผิดคิดว่าไธนอสชอบโรเวน แต่จริงๆแล้ว ไธนอสกับโรเวนสนิทกันมากเสียจนชวนน่าสงสัยไปหลายครั้ง แต่ทั้งสองคนเป็นแค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้นจริงๆ จึงใกล้ชิดกันมากขนาดนี้

     "อืม....."โรเวนยิ้มให้ไธนอสน้อยๆ "ฉันสบายดี ไม่มีอะไรหรอก"

     แอ๊ด~.....

     อาเธอร์เดินเข้ามาในห้องโรเวน ในมือถือเอกสารเรียกค่าเสียหายที่เจ้าเหล่าทะโมนไปสร้างวีรกรรม กินอาหารฮ่องเต้แล้วชักดาบ (=_=) แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อพบไธนอสชะโงกหน้าเข้าไปใกล้โรเวนซะขนาดนั้น จึงกัดฟันกรอด กำมือแน่น

     ไธนอสกลับมายืนตัวตรงอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยกับโรเวน

     "ฉันไปก่อนนะ งานมันค้างเยอะ มีอะไรก็บอกนะ"

     "อืม ขอบใจนะ"โรเวนยิ้มให้ไธนอส

     อาเธอร์ตาขวางมองไธนอสที่เดินผ่านตนออกไปจากห้องอย่างเดือดดาล ก่อนจะปิดประตูห้องทำงานของโรเวนเสียงดังปังใหญ่

     "นั่นคือมารยาทของเจ้าชายหรืออาเธอร์ บริสตั้น"โรเวนเอ่ยเสียงเรียบๆ

     "อ๋อ แล้วไอ้เมื่อครู่นี้คือบทพลอดรักของเจ้าชายกับเพื่อนหรือ!!"อาเธอร์ยิงออกไปอย่างเดือดดาล

     "ท่านหมายถึงอะไร?"

     "ก็ไอ้เมื่อกี้น่ะสิ!!"อาเธอร์ปาเอกสารที่ถือมาลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอามือยันไว้กับโต๊ะไม้มันวับ มองโรเวนอย่างเดือดดาลและหึงหวง "ทำไม!! ทีข้าละหลีกหนีดีนัก ทีมันละถวายตัวให้เชียวหรือ!!"

     "ท่านพูดจาอะไรของท่าน!!"โรเวนเอ่ยกลับอย่างโกรธเคืองกับวาจาหยาบคายน่าบัดสีนี้

     "พูดในสิ่งที่ข้าเห็นยังไงละ นี่เจ้าคงลืมไปแล้วสินะว่าเจ้าเป็นของข้า!!"

     "หยุดนะ!!"โรเวนตะโกน "อย่ามาเอ่ยวาจาสามหาวหยาบคายแถวนี้กับเรา!!"

     "ทำไมละ! ทำไมข้าจะเอ่ยไม่ได้ ในเมื่อเจ้าเป็นของข้า!! เป็นของข้าจริงๆ ลืมไปแล้วหรือไง หรือรังเกียจนัก จึงต้องมาถวายตัวให้เจ้าไธนอสนั่นแทน!!"

     "เราบอกให้หยุด!!"

     "ข้าไม่หยุด จนกว่าเจ้าจะจำได้ ว่าเจ้าเป็นของข้าเพียงผู้เดียว!!"

     "ข้าไม่ได้เป็นของท่าน!!"โรเวนกำมือแน่น "ข้าไม่ได้เป็นของท่าน ไม่ใช่ นั่นแค่ชั่ววูบ นั่นเพราะข้าเมาเจ้าถึงทำเช่นนั้น มันไม่ใช่เรื่องจริงจัง ไม่ใช่!! มันก็แค่เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป!!"

     "ผ่านมา.....แล้วก็ผ่านไปอย่างนั้นหรือ?"อาเธอร์หรี่ตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาๆ

     "ใช่"โรเวนเอ่ยย้ำ "มันก็แค่เรื่องราวที่เกิดเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ท่านไม่จริงจัง ข้าไม่จริงจัง เราต่างก็ไม่จริงจังกันทั้งนั้น มันเกิดเพราะฤทธิ์สุราเท่านั้น ตอนนั้นข้าไม่ได้สติด้วยซ้ำ!!"

     "อ๋อ"อาเธอร์เอ่ย พยักหน้า ก่อนจะจ้องมองโรเวน "งั้นก็ต้องตอนมีสติสินะ เจ้าถึงจะเป็นของข้าจริงๆ"ร่างสูงยืนตรง ก่อนจะเดินข้ามโต๊ะมาหาโรเวนอย่างช้าๆ โรเวนดูตกใจไม่น้อย เดินหนีถอยหลังอย่างตื่นตระหนก

     "จะทำอะไรน่ะ!!"

     "ก็ทำให้เจ้าเป็นของข้ายังไงละ!"

     มือใหญ่ฉวยข้อมือร่างบางดึงเข้ามาใกล้ก่อนจะประกบริมฝีปากของตนมองจุมพิตหนักหน่วงให้โรเวนอีกครั้ง..........

อ่านต่อ :http://writer.dek-d.com/pasallatel/story/viewlongc.php?id=304307&chapter=8#ixzz1U8r6s3x3ริมฝีปากบดขยี้มองจุมพิตร้อนเร่าให้ร่างบางในอ้อมแขน ร่างเล็กพยายามผลักไสแต่มือใหญ่กำข้อมือทั้งสองข้างของโรเวนไว้แน่น อาเธอร์ส่งลิ้นร้อนเข้าไปหาความหอมหวานในโพรงปากทันทีที่ร่างบางอ้าปากหายใจ ลิ้นร้อนตวัดเกวี่ยวกันไปมาอย่างวุ่นวาย

     "อืม.....อื้ม......"โรเวนส่งเสียงประท้วงเพราะเริ่มหายใจไม่ออกจากจุมพิตเร่าร้อนเนิ่นนาน อาเธอร์ผละออกอย่างเสียดาย จ้องมองดูร่างบางที่หอบหายในหนักอยู่ตรงหน้า โรเวนหน้าแดงด้วยความเขินอาย หรืออาจจะอับอาย เขาก็ไม่แน่ใจตัวเอง แต่หัวใจนั้นเต้นแรงระรัวแทบจะไม่เว้นจังหวะเลยทีเดียว

     "ปล่อยเรา....."โรเวนเอ่ย

     "คงยาก"อาเธอร์เอ่ยสั้นๆ ก่อนจะกวาดเอกสารทั้งหมดลงจากโต๊ะและกดร่างบางลงบนโต๊ะทำงานทำจากไม้ขัดเงาอย่างดี โรเวนผวาทันที

     "ไม่นะ!!"

     "ไม่อะไรละ หรือไม่รอช้า หึหึ"

     "ท่าน!!"โรเวนดิ้นรนขัดขืน"อย่ามาทำกิริยาเช่นนี้กับข้านะ!!"

     "ทำไมเล่า ทีเมื่อคืนละเรียกร้อง"อาเธอร์จี้จุดเข้าให้

    ร่างเล็กได้แต่ดิ้นรนขัดขืนอย่างไม่ยินยอม แต่อาเธอร์ไม่สนใจ เขาต้องการร่างบาง ต้องการให้ร่างเล็กนี้ได้รู้ว่าเป็นของเขาคนเดียว ของเขาคนเดียวเท่านั้น!!


>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> NC ไปโหลดเอานะ ^^

     "ข้ารักเจ้า โรเวน ฮาเวิร์ด"อาเธอร์เอ่ยคำรักซ้ำอีกครั้ง จ้องมองร่างบางที่หอบหายใจอยู่ใต้ร่างของเขา โรเวนที่ค่อยๆกลับมามีสติมองอาเธอร์อย่างเจ็บปวดใจก่อนจะค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่งบนโต๊ะร้องเสียงหลงอย่างเจ็บปวดที่สะโพก จนอาเธอร์รีบพยุงช่วย และรีบเอาเสื้อคลุมของร่างบางมาห่มคลุมหายให้

    โรเวนเงยหน้ามองอาเธอร์ ก่อนจะเบือนหน้าหนี

     "ต่อให้ข้ารักท่าน....."โรนเวนเอ่ยอย่างเจ็บปวด กระชับเสื้อแน่น"เราก็รักกันไม่ได้"

     "ทำไมละ"อาเธอร์เชยใบหน้ามนให้หันมามองตน

     "เรา.....มันเห็นแก่ตัว"โรเวนเอ่ย ดวงตาสีน้ำเข้มสวยไหววูบ "มันเห็นแก่ตัวเกินไป ข้าต้องปกครองประเทศต่อและท่านเองก็เช่นกัน เราต่างคนต่างเป็นกษัตริย์ในอนาคตทั้งนั้น"

     "หากข้าบอกว่า.....ไม่สนละ"อาเธอร์เอ่ยน้ำเสียงจริงจัง

    โรเวนมองร่างสูงอย่างตกใจ ก่อนจะเอ่ยอย่างร้อนรน "ท่านพูดอะไรออกมา"

     "หากเป็นเช่นนั้นจริง เจ้าจะว่าอย่างไรละ"อาเธอร์ถามต่อ

     "ข้า....."โรเวนนิ่งอึ้ง ก่อนน้ำตาใสจะไหลรินออกมาจากเม็ดน้ำงาม"อาเธอร์.....ท่านทำให้ข้าเจ็บปวดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ปากท่านเอ่ยกับข้าว่ารัก....."

     "ทุกสิ่งที่ข้าทำก็เพราะรักเจ้าทุกอย่าง ทุกการกระทำก็เพราะรักเจ้า หวงเจ้า ต้องการเพียงเจ้า"

     "ข้าไม่แน่ใจ...."

     "งั้นเจ้าจงฟังข้าอีกครั้ง"อาเธอร์เอ่ยอย่างหนักแน่น "ข้า-รัก-เจ้าจดจำไว้ ข้ารักเจ้า เพียงคนเดียว หนึ่งเดียวในหัวใจสิงห์นี้ ทุกอย่างของข้าจะเป็นของเจ้า ชีวิต วิญญาณและหัวใจ จะเป็นเพียงของเจ้าเท่านั้น.....จำที่ราชินีจันทราเคยเอ่ยออกมาได้มั๊ย"

    ร่างเล็กพยักหน้า

     "ราชินีจันทราบอกว่า....ข้าจะต้องตายด้วยน้ำมือของคนหนึ่งในคณะ....ตอนนี้ข้าขอมอบชีวิตให้เจ้า หากข้าต้องตายก็อยากให้เจ้าเป็นคนลงมือฆ่าข้าเสียเอง"

    โรเวนน้ำตาไหลพราก คำรักนั้นทำให้ดวงใจชุ่มชื่นดีใจไปทั้งดวง ร่างบางซบอกแกร่งร้องไห้เงียบ ๆ คำรักหนักแน่นจริงจังนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหัวใจ

     "อาเธอร์.....ขะ ข้า.....ข้ารักท่าน"แขนเรียวโอบกอดร่างสูงแน่น ร่างสูงยิ้มอย่างดีใจ โอบกอดร่างบางแน่น มอบจุมพิตที่ขมับร่างบาง

     "ข้าดีใจเหลือเกินโรเวน"อาเธอร์เอ่ย

    ร่างบางผละออกมาจากอ้อมกอดของร่างสูง ทั้งสองสบตากันเนิ่นนานก่อนจะจะมองจุมพิตหวานให้กันและกัน

    โรเวนตัดสินใจแล้ว.....

     ....................

    ร่างสูงรอให้โรเวนสวมเสื้อผ้าเสร็จก่อนจะสวมกอดจากทางด้านหลังอย่างรักใคร่ สูดดมความหอมจากเรือนผมงาม

     "เดี๋ยวก่อนสิ"โรเวนดันร่างสูงออกห่าง

     "ข้าดีใจเหลือเกิน"อาเธอร์เอ่ย โรเวนยิ้ม

     "อาเธอร์....."

     "หืม....."

    ร่างสูงมองร่างเล็กตรงหน้าอย่างสงสัย รู้สึกแปลกว่ารอยยิ้มนั้นช่างเศร้าเหลือเกิน

     "ข้ารักท่านนะ.....รักมาก.....รักมากๆเลย....."

     "ข้าก็รักเจ้า"อาเธอร์ยิ้ม

    โรเวนยิ้ม น้ำตาเริ่มเอ่อล้มอีกครั้ง"ข้อขอโทษนะ"

     "หา??"

    คฑาประจำตัวของโรเวนปรากฏขึ้น อาเธอร์ผงะอย่างตกใจโรเวนกัดฟันก่อนจะร่ายเวทย์อย่างรวดเร็วแม่นยำและชัดเจน แสงสีขาวพุ่งเข้าใส่อาเธอร์ก่อนจะหายวับไป ร่างสูงล้มลงนอนกับพื้น โรเวนกัดฟันน้ำตานองหน้าก่อนจะทรุดตัวนั่งน้ำตาไหลเงียบๆข้างร่างของอาเธอร์

     "ขอโทษนะ ลืมมันเสีย.....ลืมทุกอย่างที่เป็นเรื่องของเรา.....เราแค่คู่แข่งกันเท่านั้น ลืมทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ลืมทุกคำพูดที่เอ่ยกับข้าว่ารัก.....ลืมมัน....."

    แล้วโรเวนก็เสกให้อาเธอร์หายวับกลับไปที่ห้องของอาเธอร์เอง ส่วนตนก็ได้แต่นั่งน้ำตาไหลอย่างเงียบๆ

    ทำแบบนี้ดีแล้ว.....ท่านจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องอนาคตอีก.....

    ลืมข้าเสียเถอะ.........

อ่านต่อ :http://writer.dek-d.com/pasallatel/story/viewlongc.php?id=304307&chapter=9#ixzz1U8rBsUJS  หลายวันหลังจากนั้น..........

     โรงอาหารดราก้อน.....

     "รู้สึกว่าป้อมนี้จะป่วนสร้างความเดือดร้อนเป็นตัวก่อกวนหนักใจให้กับคนอื่นๆไปทั่วเลยนะเจ้าชายโรเวน"

     "นั่นแหละที่ทำให้ป้อมอัศวินเป็นที่รู้จัก เป็นเอกลักษณ์อย่างเป็นธรรมชาติที่ไม่ต้องเสแสร้งอย่างไรเล่าเจ้าชายอาเธอร์"

     ตอนนี้ทั้งโรงอาหารกำลังจับจ้องสงครามน้ำลายของสองบุคคลสำคัญที่สุดแห่งโรงเรียนพระราชา นั่นก็คือเจ้าชายอาเธอร์จากปราสาทขุนนาง และเจ้าชายโรเวนจาอป้อมอัศวิน นี่ถ้าเป็นหนังสือการ์ตูนทั้งสองคงจะส่งสายฟ้าเป็นประกายเปรี้ยงๆไปแล้วนะเนี่ย

     "ทำไมมันแปลกๆว่ะ??"เฟรินเอ่ยขณะจ้องมองสองบุคคลสำคัญ

     "อะไรของแกที่แปลกว่ะ?"คิลเอ่ยถามอย่างสงสัย

     "ฉันรู้สึกว่าการปะทะน้ำลายครั้งนี้มันแตกต่างจากแต่ก่อนว่ะ"เฟรินหันไปบอก

     คิลมอง ก่อนจะเอ่ย "ก็ไม่เห็นแปลกนี่หว่า เหมือนเดิม"

     "เหรอ? ฉันคงจะเพี้ยนไปเองละมั้ง แหะๆ กินต่อ"ว่าแล้วก็เริ่มกินเป็นจานที่สาม

     แต่ความจริงแล้วเฟรินช่งสังเกตุได้เยี่ยมจริงๆ.....การทะเลาะแบบสงครามประสาทครั้งนี้มันแตกต่างไปจริงๆ เพราะขณะที่ปากเอ่ยวาจาเชือดเฉือนไป แต่หัวใจนั้นเจ็บปวดเหลือคณา.....


     โรเวนหอบหิ้วเอกสารพร้อมทั้งหนังสืออีกหลายเล่มเดินออกมาจากห้องสมุดอย่างยากลำบาก การบ้านเยอะขึ้นแบบไม่ลืมหูลืมตา แถมยังงานที่เพิ่มมากขึ้นเพราะเจ้าเหล่าทะโมนนั่นแท้ๆ เล่นเอางบในหอเกือบหดหายแบบถาวรไปหลายต่อหลายครั้ง นี่ยังไม่นับรวมเจ้าสองผู้คุมกฎซาตานกับนักบวชอีกนะเนี่ย ซึ่งทั้งสองคนก็มีส่วนรับผิดชอบไม่น้อยเลย

     เจ้าตัวเดินดุ่มๆพลางบ่นอุบอิบอย่างเบื่อหน่าย โดยไม่มองทางข้างหน้าเลยชนเปรี้ยงเข้าให้

     "เฮ้ย!! โอ๊ย!"โรเวนล้มก้นกระแทก เริ่มไม่สบอารมณ์อย่างแรง แต่พยายามข่มสติไว้ กระดาษเอกสารสีขาวปลิวว่อนไปทั่ว หนังสือหลายเล่มนอนกางแผ่บนพื้นหิน

     "โอ๊ะ! ขอโทษ"เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้โรเวนต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างตกใจ "อ้าว! นึกว่าใคร เจ้าชายโรเวนนี่เอง"อาเธอร์ยิ้มยียวนให้โรเวน

     "ท่านนี่เอง"โรเวนเอ่ยเบาๆก่อนจะลุกขึ้นปัดแข้งปัดขา "ต้องขอโทษที่เดินชน"

     "แหม เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าคนอย่างเจ้าก็ซุ่มซ่ามเป็น"อาเธอร์หัวเราะอย่างขบขัน

     โรเวนเบ้ปาก ก่อนจะก้มรีบเก็บเอกสารมากมายขึ้นมารวบรวมไว้เหมือนเดิม ทำทีไม่สนใจและเย่อหยิ่ง แต่ในใจนั้นกลับเต้นระรัวอย่างตื่นเต้น

     "ข้าช่วย"เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ โรเวนมองร่างสูงที่ก้มลงช่วยเก็บหนังสืออยู่ข้างกาย

     ดวงตาสีน้ำเงินสำรวจมองร่างสูงอย่างโหยหาอย่างเผลอไผล

    ข้ารักเจ้า.....

    
"เจ้าเป็นอะไรไป??"เสียงทุ้มเรียกสติให้กลับคืนมา โรเวนสะดุ้งก่อนจะรับรู้ว่าร่างสูงมองตนอยู่อย่างสงสัย จึงเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกนอกจากแก้เก้อโดยการใช้นิ้วเรียวปัดเรือนผมสีน้ำเงินนั้นทัดหูแทน

     "อะ เอ่อ.....ขอบคุณที่ช่วย"โรเวนเอ่ยเบาๆ ก่อนจะรีบหันกลับไปเก็บเอกสารต่ออย่างรวดเร็ว และฉวยหนังสือมากมายในมือของอาเธอร์มาถือไว้ "ขอบคุณมาก"

     "เดี๋ยว"อาเธอร์จับบ่าร่างเล็กเอาไว้ ก่อนจะหยิบหนังสือมากมายมากถือไว้แทน "จะช่วย ขืนไปแบบนี้คนอื่นต้องมาเดือดร้อนช่วยเจ้าเก็บอีกหลายรอบเลยละ"

     โรเวนมองร่างสูงอย่างแปลกใจ แต่ก็ไม่เอ่ยอะไรนอกจากเดินนำไปที่ห้องทำงานของตน อาเธอร์เดินตามหลังมองร่างเล็กอยู่สักครู่ก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง.....มันเป็นสร้อยคอเงินห้อยจี้ทำจากคริสตัล ร่างสูงยิ้ม ก่อนจะเก็บไว้เหมือนเดิมและเดินตามร่างบางต่อไป

     โรเวนเอ่ยขอบคุณที่อาเธอร์ช่วยถือหนังสือให้ ร่างสูงแค่พยักหน้าก่อนจะเดินจากไป โรเวนมองตามหลังร่างสูงจนลับสายตา หัวใจยังคงเต้นระรัวอยู่เลย.....โรเวนหลับตา ก่อนจะเดิขเข้าห้องพรอ้มแบกหนังสือและเอกสารเข้าไป ก่อนจะผงะเมื่อเห็นบุคคลภายในห้อง

     "ปล่อยนะไอ้บ้า!!"

     "เอาน่าไม่มีใครรู้หรอก"

     "อะแฮ่ม!"โรเวนกระแอม สองผู้คุมใกฎจอมสร้างปัญหาหันมามองอาเธอร์ นักบวชหน้าบูดที่ตอนนี้หน้าแดงระเรื่อมองโรเวนอย่างตกใจ ส่วนเจ้าซาตานอารมณ์ดียิ้มร่าให้เขาซะงั้น แต่ที่โรเวนต้องแปลกใจก็คือร่างของนักบวชหนุ่มที่ถูกดันไปจนติดกำแพงและมีเจ้าซาตานยันแขนโน้มตัวเข้าไปใกล้นี่แหละที่ทำให้เขาต้องแปลกใจ.....ว่าเจ้าพวกนี้มีอะไรมากกว่าที่เห็นจริงๆเสียด้วย

     "ออกไปสิว่ะ!!"ลอเรนซ์ผลักร่างสูงของลูกคัสออกห่างจากตน ก่อนจะรีบจดแจงเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย

     "เราเอาเอกสารการประชุมมาให้นายน่ะโรเวน"ลูคัสเอ่ย ชี้ไปที่แฟ้มงานสีแดงบนโต๊ะ

     "อืม ขอบใจ"โรเวนมองทั้งสอง "ทีหน้าทีหลังพวกนายจะทำอะไรควรจะเป็นที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ห้องของฉันนะ อ้อ! ทางที่ดีควรไม่ใช่ที่สาธารณะซะด้วย"

     "ไม่ใช่นะ!!"ลอเรนซ์ตะโกนค้าน

     แต่ซาตานหน้าเป็นยิ้มแป้น โอบไหล่นักบวชข้างกายก่อนจะเอ่ย "แน่นอนโรเวน ฉันจะจำไว้แม่นเลย"

     "ดี ไปได้แล้ว"โรเวนยิ้มน้อยๆ

     "อย่านะ!! อ๊ากกกกก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้ไอ้เจ้าบ้า ปัญญาอ่อน!!"แล้วลอเรนซ์ก็ถูกลูคัสแบกพาดบ่าเดินดุ่มๆจากไปโดยทิ้งเสียงร้องดังไปทั่วระเบียงเอาไว้แทน

     โรเวนหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะวางเอกสารและหนังสือและหยิบแฟ้มงานใหม่ขึ้นมาแทน

     "หืม.....อ๋อ งานแข่งหมากกระดานฯนี่เอง"โรเวนเอ่ยก่อนจะหันไปสนใจงานอื่นๆต่อ


     ".....ก็อย่างที่บอก เฟริน นายพยายามให้เต็มที่แล้วฉันจะให้คูปองกินอาหารฟรีที่โรงอาหารตลอดหนึ่งเดือน"

     "ตกลงครับพี่!!"เฟรินตอบรับอย่างแข็งขัน

     "ต้องพูดว่า ค่ะ สิเฟริน"คาโลที่นั่งอยู่ข้างๆดุเบาๆ "เธอเป็นพูดหญิงนะ"

     "เรื่องสิ แบร่!"เฟรินแลบลิ้นใส่ ก่อนจะหันไปเพ้อถึงการได้กินอาหารฟรีถึงหนึ่งเดือน

     "ส่วนตำแหน่งเฟรินก็รับผิดชอบด้วย"โรเวนเอ่ยสรุป ก่อนจะเดินออกจากห้องประชุม การปะทะครั้งแรก.....พบกับปราสาทขุนนาง.....


     แล้วการแข่งขันหมากกระดานฯ ก็มาถึงอย่างรวดเร็ว โดยครั้งนี้มีกษัตริย์มากมายมาร่วมด้วย แน่นอนว่าแม้แค่ราชาเอวิเดสแห่งแดนคนบาปก็อยากมาร่วมเพราะเบื่อหน่ายกับการอยู่แต่ในวัง แต่ครั้งนี้ไม่ทราบว่าใครคิดจัดที่นั่งทำให้เอวิเดสได้มานั่งข้างๆกับกษัตริย์บาโรแห่งคาโนวาลซะได้ ทำให้บรรยากาศรอบๆทั้งสองมีแต่มาคุทั้งนั้น

     "ทั้งๆที่มาพักผ่อนแท้ๆ ไหงต้องมานั่งข้างไอ้เจ้าหน้าบากนี่ด้วยว่ะเนี่ย"เอวิเดสเอ่ยแบบไม่เกรงใจคนที่กล่าวถึง

     "ทั้งๆที่ข้ามาหาความสำราญแต่ไฉนต้องกลับมานั่งอดนั่งทนเหม็นกลิ่นปีศาจอยู่อย่างนี้ฟ่ะ"บาโรก็ไม่ยอมแพ้ตอกกลับเข้าให้

     และทั้งสองก็หันมาจ้องกันเขม็ง ส่งให้บรรยากาศรอบๆมาคุเพิ่มยิ่งขึ้นเรื่อยๆจนหลายๆคนเสียงสันหลัง โรเวนที่นั่งถัดจากเอวิเดสได้แต่กุมขมับก่อนจะสะดุ้งอย่างตกใจเมื่อพบว่าอาเธอร์นั่งอยู่ข้างๆตน

     "ท่าน!!??"

     "อะไรหรือเจ้าชายโรเวน"อาเธอร์ยิ้มยียวนส่งมาให้ ก่อนจะหันกลับไปจ้องมองที่กระดาน โรเวนรู้สึกว่าใจตนเต้นดังระรัวอีกแล้ว ก่อนจะรีบหันไปมองที่กระดาน แต่ถูกดึงความสนใจไปที่เจ้าปีศาจข้างๆแทน

     "เจ้าคิดหรือยัง??"เอวิเดสถามโรเวนอย่างอยากรู้

     "หมายถึง....."

     "นั่นแหละๆ บอกข้าซิ เจ้าคิดเช่นไร?"

     "กระหม่อม.....เลือกทางที่ถูกที่ควรพ่ะย่ะค่ะ"โรเวนเอ่ย

     แต่เอวิเดสเบ้ปากจนโรเวนแปลกใจ เอวิเดสถอนหายใจก่อนจะเอ่ย

     "นี่เจ้ารู้อะไรมั๊ย.....อนาคตน่ะไม่เคยแน่นอนเลยสักครั้ง แต่คนนั้นก็ชอบวางอนาคตแล้วไปกังวลถึงมันเสมอ เจ้าก็เช่นกัน สิ่งที่เจ้าควรจะระลึกถึงตลอดเวลาคือปัจจุบันต่างหาก อย่าคาดหวังในอนาคตและกำหนดตัวเองในอนาคต แต่จงทำในสิ่งที่ปัจจุบันควรจะทำ อย่าให้หัวใจเจ้าต้องติดพันกับอนาคต จำเอาไว้"

     "พะ พะย่ะค่ะ"โรเวนรับคำเบาๆอย่างเข้าใจและแปลกใจที่เอวิเดส.....ไม่หรอก อาจจะไม่รู้ก็ได้


     แล้วการแข่งขันก็เริ่มขึ้น เอวิเดสส่งเสียงเชียร์ลูกสาวแบบไม่อายใครและตบมืออย่างดีใจเมื่อฝ่ายลูกของตนได้รับชัยชนะ กษัตริยหลายคนแห่งเอเดนมองอย่างแปลกใจ

     "นี่หรือกิริยาของกษัตริย์"บาโรเอ่ยเหน็บแนบ

     เอวิเดสหันขวับมามองก่อนจะเหน็บกลับเข้าให้อย่างจัง "แล้วนี่หรือกิริยาของพ่อที่มีต่อบุตรเมื่อบุตรได้รับชัยชนะ แทนที่จะตบมือยินดีกลับนิ่งงัน" บาโรถึงกับนิ่งอึ้งไปเลย

     โรเวนยิ้มอย่างพอใจที่ฝ่ายตนได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด ต้องขอบใจความเจ้าเล่ห์ของเฟรินจริงๆ

     วาบ!.....

     "เอ๋!"โรเวนร้องอย่างแปลกใจเมื่อแสงสีขาวสะท้อนเข้าตา

     "ระวัง!!"

     เฟี้ยว~!...ฉึก!!

     โรเวนเบิกตาโตเมื่อเห็นร่างของอาเธอร์ล้มลงต่อหน้าต่อตา ผู้ชมบนอัฒจรรย์กรีดร้องอย่างตกใจ โรเวนมองอาเธอร์ที่นอนจมกองเลือดอยู่แทบเท้า ลูกธนูสีเงินปักอยู่ที่หน้าอก.....เฉียดหัวใจ.....

     "อาเธอร์!!"โรเวนร้องอย่างตกใจ รีบนั่งลงประคองร่างสูงให้ลุกขึ้นนั่ง แต่ทำไม่ได้เพราะอาเธอร์ร้องอย่างเจ็บปวด โรเวนจึงต้องให้อาเธอร์มานอนตักของตนแทน น้ำตาพาลจะไหลเสียให้ได้

     "โอ๊ย....."อาเธอร์ร้องอย่างเจ็บปวด เสือดสีแดงไหลซึมออกมาเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าและพื้นหิน

     "อาเธอร! อาเธอร์!! ไม่นะ.....หมอ!! หมออยู่ไหน ตามหมอมาที!!"โรเวนร้องตะโกนอย่างตกใจ

     "ข้าจัดการเอง"เอวิเดสเอ่ย ก่อนนั่งลงอีกข้างของอาเธอร์ "บาโร มาช่วยข้าที!!" เอวิเดสเอ่ยเรียกเจ้าของชื่อที่อยู่ใกล้ที่สุด บาโรรีบเข้ามานั่งข้างๆเอวิเดสทันที "จับที่ลูกธนูเอาไว้" บาโรกำลูกธนูแน่น เอวิเดสปรกมือเหนือบาดแผลก่อนจะเริ่มท่อมนต์ดำเบาๆ

     โรเวนจ้องมองดูอย่างกังวล มองดูอาเธอร์ที่หน้าซีดเพราะเสียเลือดอย่างปวดร้าวหัวใจ มันช่างน่ากลัวเหลือเกินเมื่อร่างสูงนั้นล้มลงต่อหน้า ร่างสูงดูจะเจ็บไม่น้อยแต่หัวใจของเขานั้น กรีดร้องออกมาอย่างทรมานเลยทีเดียว

     แสงสีดำสว่างวาบที่หน้าอกของอาเธอร์ บาโรดึงลูกธนูออกมาอย่างรวดเร็ว อาเธอร์กรีดร้องอย่างเจ็บปวด มือใหญ่ผวากำมือของโรเวนแน่ โรเวนบีบมือใหญ่อย่างให้กำลังใจ เอวิเดสท่อมมนต์จนจบและแสงสีดำก็ค่อยๆจางหายไป ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งอกและยิ้มร่าอย่างพอใจในฝีมือของตน

     "ไม่เป็นไร เฉียดหัวใจนิดหน่อย แต่ก็โอเคแล้ว พักสักคืนก็คงหายดีเลยละ"เอวิเดสบอก แล้วแพทย์ประจำสนามก็หิ้วร่างของอาเธอร์ในเปลสีขาวไปที่ห้องพยาบาล โรเวนไม่อยากจะปล่อยมือจากอาเธอร์เลย แต่ที่นี่มีคนมากมายเขาจำต้องมองดูร่างที่หลับอย่างสงบของอาเธอร์ถูกพาไปที่ห้องพยาบาล


     หลังจากนั้นโรเวนก็นั่งดูหมากกระดานไปด้วยจิตใจที่ห่วงกังวลถึงร่างสูงแต่ยังคงความสงบนิ่งไว้ได้ แต่สมองนั้นทำงานอย่างหนัก

     มีคนคิดจะฆ่าเรา.....แต่อาเธอร์เข้ามารับแทนให้.....

     มันเกิดอะไรขึ้นนะ.....ใครละ....

     มีคนมากมายที่อยากกำจัดเราไปให้พ้นทางการสู่ตำแหน่งกษัตริย์.....คำถามคือ ใครละที่เป็นคนทำการอุกอาจเช่นนี้.....

     ไม่นาน ป้อมอัศวินก็เอาชนะไปอย่างขาดลอย เพราะเฟรินทำเอาฝ่ายตรงข้ามสติแตกสั่งมั่ว เจ้าตัวป่วนยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะคว้าใบคูปองกินอาหารฟรีไปจากมือของโซมาเนียและวิ่งฉิวไปที่โรงอาหารทันที

     เอวิเดสที่ไม่ทันได้กอดลูกสาวเบ้ปากอย่างน้อยใจ ก่อนจะหันไปแสดงความยินดีกับลูกเขยแทนไปก่อน

     "ไม่อยากจะพูดตำนี้หรอกนะ"เอวิเดสเอ่ย ก่อนจะตบบ่าคาโลป้าบๆ "แต่เจ้าเก่งทีเดียว ใช้ได้เลย ดีแล้วที่อยู่ตำแหน่งบิชอปเหมาะกับความสามารถของเจ้ามาก"

     "ขอบพระทัย"คาโลโค้งตัวให้

     "นี่เจ้ากำลังหมายความทางอ้อมว่าลูกข้าไม่เหมาะที่จะเป็นกษัตริย์หรือเอวิเดส"บาโรเอ่ยมาจากข้างหลัง เอวิเดสหันไปจ้องเขม็งอย่างหมันไส้

     "การเป็นกษัตริย์ที่ดี คือ การรู้จักการทำงานของข้าราชบริพานอย่างดี นี่สิถึงจะปกครองเขาแบบใจเขาใจเราได้ คาโลนั้นคิดถูกที่เลือกจะอยู่ตำแหน่งที่เหมาะกับตน นั่นเป็นสิ่งดีมากในสนามรบ สมกับจะเป็นกษัตริย์ที่ดี ไม่เหมือนเจ้า"

     "นี่เจ้า!!"

     "แบร่!"ว่าแล้วก็เดินสะบัดผ้าคลุมสีดำจากไปอย่างไม่สนใจทันที ทิ้งให้บาโรกัดฟันอย่างเดือดดาลที่ไม่สามารถเอาชนะฝีปากกษัตริย์องค์นี้ได้เลยสักครั้ง


     ตกกลางคืน โรเวนกังวลจนนอนไม่หลับ ลุกขึ้นจากเตียง สวมเสื้อกันหนาวทับก่อนจะเดินออกจากห้องตรงไปที่ห้องพยาบาลซึ่งเป็นที่ที่อาเธอร์นอนพักฟื้นอยู่ โรเวนหายตัวไปโผล่ที่ห้องพยาบาลแทน ก่อนจะมองไปรอบๆห้องที่มืดสลัว แสงตะเกียงตามฝาฟผนังส่งไผเล็กน้อยให้ดูอ่อนละมุน โรเวนเดินไปที่เตียงคนไข้ที่มีอยู่เพียงเตียงเดียว

     อาเธอร์กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงนุ่มสีขาว ร่างสูงหายใจอย่างสม่ำเสมอบอกว่ากำลังหลับสบาย โรเวนถอดเสื้อกันหนาวออก ก่นจะนั่งลงข้างเตียงร่างสูง มองร่างสูงอย่างห่วงใยและเจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน

     "อาเธอร์....."ร่างบางกุมมือของร่างสูงเอาไว้แน่น ก่อนจะกัดริมฝีปากกลั้นสะอื้น น้ำตาใสหยดไหลรินอาบแก้ม ตัวสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่ "โง่จริงๆ.....จะเข้ามารับลูกธนูไว้ทำไม.....ฮึก.....ทำไม...ฮึก...ไม่ปล่อยให้เราตายไปซะ.....ฮึก....."

     "เพราะข้าปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นไม่ได้ยังไงละ"

     โรเวนเบิกตาโต เงยหน้ามองร่างสูงที่กำลังนั่งจ้องมองตนอย่างอ่อนโยน โรเวนรีบปล่อยมืออาเธอร์และรีบลุกขึ้นยืนเตรียมจะเดินหนีทันที แต่อาเธอร์คว้าข้อมือของโรเวนเอาไว้ ก่อนจะดึงเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด กระชับให้ร่างบางนั่งอยู่บนตักของตน

     "ปล่อยเรานะ! ท่านอาเธอร์!! ปล่อยเราเดี๋ยวนี้!!"โรเวนขัดขืน ใบหน้าแดงระเรื่อ

     อาเธอร์ยิ้มกริ่ม มองร่างบางที่ดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนและใบหน้างามนั้นแดงระเรื่อ  ขอบตาสวยยังคงมีประกายของน้ำตาอยู่เลย

     "ปล่อยเราเดี๋ยวนี้!!"โรเวนร้อง

     "ถ้าเราไม่ปล่อยละ"อาเธอร์ยิ้มเจ้าเล่ห์

     "ท่าน!! หนอย! เจ้าเล่ห์จริงนัก น่าเกลียดที่สุด ปล่อยข้า ข้าไม่น่าเป็นห่วงท่านเลยจริงๆ! อุ๊บ!!"โรเวนยกมือขึ้นปิดอย่างตกใจที่ตนเผลอหลุดปากออกไป อาเธอร์ยิ้มกว้างก่อนจะก้มลงมอบจุมพิตที่หน้าผากของโรเวน ร่างบางหน้าแดงอย่างเขินอาย

     "ข้าจะจัดการคิดบัญชีที่เจ้าลบความจำข้าที่หลัง"อาเธอร์เอ่ย

     "ท่าน?? จำได้แล้วเหรอ?"โรเวนเอ่ยอย่างแปลกใจ

     "ที่จริงแล้ว....."อาเธอร์เกาหัว แขนใหญ่ยังคงโอบเอวบางเอาไว้ไม่ปล่อย "พูดให้ถูกคือ ข้าไม่ได้โดนลบความจำเลยต่างหาก"อาเธอร์เอ่ยยิ้มแห้งๆ

     "เป็นไปได้ยังไง!!"โรเวนไม่อยากเชื่อ

     "ก็เจ้านี่ช่วยไว้น่ะ"อาเธอร์ล้วงกระเป๋าเอาสร้อยคอห้อยจี้คริสตัลออกมาให้โรเวนดู แล้วอธิบาย "ไปซื้อมาไว้ก่อนหน้านั้นตั้งนานแล้ว กะจะเอาให้เจ้า" อาเธอร์หน้าแดงน้อยๆ "มันเป็นสร้อยที่คอยป้องกันเวทย์มนต์ได้กับผู้ที่ถือครองอยู่ จะเอาให้เจ้าใส่ป้องกันเอาไว้ แต่มันกันได้เฉพาะเวทย์มนต์ขาวเท่านั้น มนต์ดำอย่างของราชาเอวิเดสน่ะสร้อยนี่ทำอะไรไม่ได้หรอก"

     "งั้นตอนนั้น"โรเวนนึกย้อนไปตอนที่ราชาเอวิเดสช่วยอาเธอร์เอาไว้

     "สงสัยได้กลิ่นสร้อยนี่ละมั้ง"อาเธอร์เอ่ยคาดเดา ก่อนจะสวมใส่ให้ร่างเล็กทันที "เก็บเอาไว้ให้ดีๆละ"

     นิ้วเรียวของโรเวนลูบจี้คริสตัลเบาๆอย่างรักใคร่

     "ตอนที่ต้องแกล้งทำเป็นถูกลบความจำข้าเจ็บปวดมาก"อาเธอร์กระซิบข้างหูของโรเวน "เจ็บที่เจ้าทำเช่นนั้นกับข้า"

     โรเวนหลุบตาต่ำ ก่อนจะเอ่ยเสียงเศร้า "เราต้องทำในสิ่งที่ถูกที่ควร"

     "อะไรคือถูก อะไรคือผิด"อาเธอร์เอ่ย กอดร่างเล็กแน่น "ข้าไม่สนทั้งนั้นว่าต่อไปจะเป็นเช่นไร ข้าต้องการแค่เจ้าเท่านั้นโรเวน เจ้าเล่าคิดเช่นไร"

     "ข้า....."โรเวนเอ่ยเสียงแผ่วอย่างไม่แน่ใจ

    อย่าเอาหัวใจของเจ้าติดพันกับอนาคต จำเอาไว้..........

    
ถ้อยคำสั่งสอนของราชาปีศาจทำให้โรเวนตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว

     "ข้าเองก็เจ็บปวดเช่นกัน"โรเวนโอบคอร่างสูง "ข้าต้องการท่านอาเธอร์.....หัวจของข้าก็เหมือนท่าน ต้องการเพียงท่านคนเดียวเท่านั้น"

     อาเธอร์ยิ้มก่อนจะมอบจุมพิตอ่อนโยนให้โรเวนอย่างรักใคร่ โรเวนหลับตาพริ้มตอบรับรสจูบอ่อนหวานอย่างเต็มใจ

......................................................

ไม่ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร.....

ไม่ว่าทางข้างหน้าเราอาจะต้องแยกจากกัน.....

แต่ ณ ตอนนี้ ตราบใดที่เรายังคงจับมือกันอยู่.....

เราจะไม่มีวันปล่อยมือจากกันเป็นอันขาด.....

เราจะเดินต่อไปด้วยกัน และเผชิญหน้ากับอนาคตด้วยกัน.....

และจะรักกัน...อาจจะไม่ตลอดไป แต่ทุกวินาทีตรงนี้หัวใจของเราจะเพรียกเรียกหากันและกันเสมอ.....

เรื่องไฟฟ้า

posted on 08 Jul 2011 15:59 by noo-dang

ฟิวส์

 

            ฟิวส์ (Fuse) เป็นตัวนำไฟฟ้าที่เป็นโลหะชนิดหนึ่ง ประกอบด้วยเส้นลวดที่ทำมาจากวัสดุที่มีจุดหลอมละลายต่ำบรรจุอยู่ภายในภาชนะห่อหุ้ม เป็นอุปกรณ์ป้องกันกระแสกระแสเกินและป้องกันการลัดวงจร ฟิวส์จะมีคุณสมบัติที่ตัดกระแสลัดวงจรได้ถึงพิกัดสูงสุด และมีคุณสมบัติสามารถจำกัดกระแสไหลผ่านฟิวส์ต่ำกว่าค่ากระแสลัดวงจรที่ขึ้นสูงสุด ฟิวส์สามารถแบ่งออกได้หลายประเภท

 

       

 

คุณสมบัติของฟิวส์ที่ดี

1. สามารถทนกระแสไหลผ่านตัวมันได้ 1.1 เท่าของขนาดทนกระแสของฟิวส์ เช่น ฟิวส์ขนาด 10 แอมป์ต้องสามารถทนกระแสได้ 11 แอมป์

 

2. เมื่อมีกระแสไหลเกิน 2.5 เท่าของฟิวส์ ฟิวส์ต้องขาดในเวลาจำกัดโดยหัวท้ายของฟิวส์ไม่ขาดไปด้วย

 

3. การหลอมละลายของฟิวส์ต้องไม่ทำให้เกิดประกายไฟ หรือเปลวไฟ หรือเปลวไฟหรือเกิดการหลอมละลายใดๆที่ทำให้อุปกรณ์เสียหาย

 

สายดินและการต่อลงดิน

 

            เป็นการต่อตัวนำระหว่างวงจรไฟฟ้ากับดิน เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่วโดยมีสาเหตุมาจากการชำรุด หรือการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่สามารถทราบล่วงหน้าได้ เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายแก่ผู้ที่ใช้อาจจะเข้าไปสัมผัสและถูกกระแสไฟฟ้าดูด โดยกระแสไฟฟ้าที่รั่วจะไหลลงดินแทนการไหลผ่านร่างกายของผุ้ที่เข้าไปสัมผัส ซึ่งการต่อลงดินจะมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ การต่อลงดินที่ระบบสายส่งไฟฟ้าและการต่อลงดินที่ตัวอุปกรณ์

 

หลักการกำเนิดแรงเคลื่อนไฟฟ้า มี 2 วิธี1. หลักการขดลวดตัดผ่านสนามแม่เหล็ก               

.........หลักการกำเนิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าโดยวิธีการของขดลวดตัดผ่านสนามแม่เหล็กมีหลักการดังนี้ให้ขั้วแม่เหล็กอยู่กับที่แล้วนำขดลวดตัวนำมาวาง
ระหว่างขั้วแม่เหล็กแล้วหาพลังงานมาหมุนขดลวดตัดผ่านสนามแม่เหล็กทำให้ได้แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำเกิดขึ้นที่ขดลวดตัวนำนี้

2. หลักการสนามแม่เหล็กตัดผ่านขดลวด

 

.........หลักการกำเนิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าโดยวิธีการของสนามแม่เหล็กตัดผ่านขดลวดหลักการ ดังนี้ให้ขดลวดลวดตัวนำอยู่กับที่แล้วหาพลังงาน
กลมาขับให้สนามแม่เหล็กตัดผ่านขดลวดตัวนำทำให้ได้แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวเกิดขึ้นที่ขดลวดตัวนำนี้

เครื่องกำเนิดไฟฟ้า อาศัยหลักการขดลวดตัวนำหมุนตัดสนามแม่เหล็กขดลวดตัวนำที่

.........สร้างแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำนี้เรียกว่า ขดลวดอาร์เมเจอร์( armature) 1 ซึ่งวางอยู่ระหว่างขั้วแม่เหล็กและสามารถหมุนได
้โดยมีต้นกำลังงานกลมาขับ เมื่อขดลวดนี้ตัดผ่านสนามแม่เหล็กทำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้ากระแสสลับเกิดขึ้นในขดลวดอาร์เมเจอร์

 

ไดนาโมกระแสสลับ เป็นไดนาโมที่ผลิตไฟฟ้ากระแสสลับออกมาใช้งาน ปลายทั้งสองของขดลวดจะเชื่อมต่อกับวงแหวนลื่นแต่ละอัน
เมื่อหมุนขดลวดวงแหวนทั้งสองก็จะหมุนตามไปด้วยโดยแตะอยู่กับแปรงตลอดเวลา เมื่อขดลวดเคลื่อนที่ตัดกับสนามแม่เหล็ก (หมุน)

ก็จะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำขึ้น ซึ่งกระแสไฟฟ้าที่เกิดจะไหลเข้าและออกจากปลายขดลวดแต่ละด้านกลับไปกลับมาทำให้เกิดไฟฟ้ากระแสสลับ

.........ไดนาโมกระแสตรง เป็นไดนาโมที่ผลิตไฟฟ้ากระแสตรงออกมาใช้งาน โดยที่ปลายทั้งสองของขดลวดจะเชื่อมต่อกับแต่ละด้านของวงแหวนผ่าซีก
ซึ่งทำให้กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำที่เกิดขึ้นเมื่อขดลวดหมุนมีทิศทางการไหลไปในทางเดียวตลอดเวลา ดังนั้นกระแสไฟฟ้าที่ได้จึงเป็นไฟฟ้ากระแสตรง

การทำงานทั่วไปของระบบวิทยุอาจมองได้ตามภาพ โดยเริ่มแรกจะเกิดขึ้นที่ห้องผลิตรายการซึ่งทำการผสมเสียงจากแหล่งต่างๆเข้าด้วยกัน เช่น จากไมโครโพน จากเทป จากVCD DVD และอื่นๆซึ่งจะได้เสียงที่ผสมกันในรูปของคลื่นไฟฟ้าจากนั้นก็ส่งไปยังเครื่องส่งต่อไป สำหรับเครื่องส่งก็จะทำหน้าที่ผสมคลื่นเสียงกับคลื่นวิทยุเข้าด้วยกันหรือจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าคลื่นนำพา(carrier wave)ซึ่งจะเกิดจากการทำงานของวงจร Oscillator ทำให้เกิดการสลับของกระแสไฟฟ้าขึ้นซึ่งการสลับของกระแสไฟฟ้าดังกล่าวจะส่งผลให้กระแสไฟฟ้าดังกล่าวเป็นตัวปล่อยพลังงานเป็นคลื่นนำพาหรือคลื่นวิทยุไปในอากาศและคลื่นนำพานี้เองจะทำหน้าที่เผยแพร่สัญญาณผ่านทางเสาอากาศและเมื่อมีเคลื่องรับสัญญาณเครื่องรับสัญญาณจะทำหน้าที่แปลงสัญญาณเป็นเสียงออกลำโพง

 

ความแตกต่างของวงจรเปิด-วงจรปิด

   1. วงจรเปิด คือวงจรที่กระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลได้ครบวงจร ซึ่งเป็นผลทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต่ออยู่ในวงจรไม่สามารถจ่ายพลังงานออกมาได้    สาเหตุของวงจรเปิดอาจเกิดจากสายหลุด สายขาด สายหลวม สวิตซ์ไม่ต่อวงจร หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุด เป็นต้น

   2. วงจรปิด คือวงจรที่กระแสไฟฟ้าไหลได้ครบวงจร ทำให้โหลดหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต่ออยู่ในวงจรนั้นๆ ทำงาน

ไฟฟ้าเกิน หมายถึงการใช้ไฟฟ้าเกินกว่าขนาดของอุปกรณ์ตัดตอนทางไฟฟ้า ทำให้มีการปลดวงจรไฟฟ้า อาการนี้สังเกตได้คือจะเกิดหลังจากที่ได้           เปิดใช้ไฟฟ้าสักครู่ หรืออาจนานหลายนาทีจึงจะตรวจสอบเจอ

กระแสไฟฟ้า  (I)  เกิดขึ้นจากการไหลของอิเล็กตรอน   ผ่านวัสดุชนิดหนึ่งนั่นคือการถ่ายโอน
                 ประจุไฟฟ้า  อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ถ้าอยู่ในสนามไฟฟ้า   ซึ่งสร้างความต่างศักย์ไฟฟ้า ระหว่างสองบริเวณ
                 เพราะฉะนั้น  ความต่างศักย์ไฟฟ้า  จึงจำเป็นในการทำให้เกิดกระแสไฟฟวงจรไฟฟ้า  เป็นวงจรปิดประกอบ
                 ด้วยแหล่งกำเนิดกระแสไฟฟ้า และอุปกรณ์อื่นๆ  ที่ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่าน