ตัวอย่างการพูด

posted on 05 Jul 2011 17:37 by noo-dang

๑. การแนะนำตนเอง          จะต้องบอกรายละเอียดดังนี้

๑.๑ คำนำ     กล่าวทักทายผู้ฟัง  เช่น   “ท่านประธาน  พิธีกรและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน”

๑.๒ ชื่อ-สกุล

๑.๓ ถิ่นกำเนิด

๑.๔ การศึกษา

๑.๕ ความรู้ความสามารถพิเศษ

๑.๖งานอดิเรก

๑.๗ หลักหรือแผนการดำเนินชีวิต

๑.๘ ที่อยู่ปัจจุบัน

ตัวอย่าง

                “เรียนท่านอาจารย์ที่เคารพ   สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน   ดิฉัน ด.ญ. ............  เกิดที่จังหวัดชัยภูมิ  ย้ายตามบิดามารดามาอยู่ที่จังหวัดนี้ได้  ๓  ปีแล้ว    ดิฉันเป็นบุตรคนสุดท้อง    ดิฉันจบ ชั้นประถมปีที่ ๖  จากโรงเรียนวัดน้อยใน  จังหวัดชัยภูมิ    ดิฉันชอบเรียนวิชาศิลปะมาก   เคยเข้าประกวดงานศิลปะนานาชาติได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ ๒  เมื่อดิฉันมีเวลาว่าง  ดิฉันจะวาดภาพและช่วยคุณพ่อปลูกต้นไม้   ดิฉันคิดว่าถ้าดิฉันเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย   ดิฉันจะไปเรียนต่อวิทยาลัยเพาะช่าง   ในอนาคตดิฉันจะเป็นนักวาดภาพที่ดีค่ะ”

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๒. การแนะนำผู้อื่น             มีหลักการดังนี้

๒.๑ แนะนำสั้นๆ

๒.๒ แนะนำเฉพาะสิ่งที่ดี   ไม่กล่าวเรื่องที่ไม่เหมาะสม

๒.๓ ต้องแนะนำให้สุภาพบุรุษได้รู้จักกับสุภาพสตรี

๒.๔ แนะนำผู้อ่อนอาวุโสให้รู้จักผู้อาวุโส

๒.๕ การแนะนำบุคคลต่อที่ประชุมหรือชุมชนต่างๆ ให้เอ่ยถึงกลุ่มชนก่อน

ตัวอย่าง

                “ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลาย   ผู้ที่จะพูดต่อไปนี้  คุณเย็นใจ  รักฤดู   ผู้จัดการฝ่ายบุคคลบริษัทธนากรพืชผลจำกัด   ท่านจบการศึกษาระดับปริญญาตรี   จากมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตทางด้านการตลาด   ท่านปฏิบัติงานด้วยความมานะ  อุตสาหะ   จนได้รับโล่เกียรติยศดีเด่นในด้านพนักงานผู้มีความขยันเป็นเลิศ  เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๕   จากสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย   ท่านเคยไปศึกษาดูงานที่ประเทศแคนาดา  สหรัฐอเมริกา  รัสเซียเป็นประจำ   และในวันนี้ท่านสละเวลาอันมีค่าให้เกียรติ์มาบรรยายเรื่อง  “แรงงานไทยคือหัวใจของชาติ”   ขอเชิญท่านรับฟังแนวคิดของท่านวิทยากรได้แล้วครับ”

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๓. การกล่าวขอบคุณ          ใช้ในโอกาสที่มีผู้ช่วยเหลือหรือมีบุญคุณแก่เรา   โดยใช้

ขอบใจ              ใช้กับคนที่มีอายุน้อยกว่า

ขอบคุณ            ใช้กับคนที่เสมอกันหรือผู้ที่อาวุโสกว่า

ขอบพระคุณ    ใช้กับคนที่ต้องการยกย่องหรือผู้ที่เคารพมาก                เช่น

                “ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งในความกรุณาของท่านอาจารย์เป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้ความรัก    ความอนุเคราะห์ดิฉันมาโดยตลอด   ดิฉันขอกราบขอบพระคุณอาจารย์ที่ดิฉันรักประดุจแม่ค่ะ   ขอบพระคุณค่ะ”

 

                ๔. การกล่าวอวยพร            เป็นการแสดงความยินดีในโอกาสต่างๆ เช่น   งานวันเกิด   งานมงคลสมรส   งานขึ้นบ้านใหม่   งานปีใหม่   งานฉลองการเลื่อนยศ   มีหลักการพูดดังนี้

๔.๑ กล่าวแสดงความยินดีที่ได้รับเกียรติให้ขึ้นมากล่าวอวยพร

๔.๒ กล่าวถึงความสัมพันธ์ของผู้พูดต่อเจ้าภาพ

๔.๓ กล่าวถึงคุณความดีและเกียรติคุณหรือผลงานเด่นๆ ของเจ้าภาพ

๔.๔ กล่าวอวยพรขอให้เจ้าภาพมีอายุยืนยาวนานมีความสุขความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

ตัวอย่าง

                “สวัสดีค่ะ    ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน     ดิฉันรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติมากล่าวอวยพรคุณยาใจ   แม้ว่าคุณยาใจจะมีอายุครบ  ๕๐  ปีบริบูรณ์แล้ว  แต่ความขยันของท่านมิได้ลดลง   สุขภาพของท่านก็ยังแข็งแรงยังสามารถทำงานร่วมกับดิฉันได้อีกนาน   คุณยาใจเป็นคนที่ทำงานได้ดีมาก  มนุษยสัมพันธ์ดีเป็นเลิศ   ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง   และในโอกาสนี้ดิฉันขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงปกปักคุ้มครองให้คุณยาใจปราศจากโรคภัยทั้งปวงมีความก้าวหน้าในการทำงาน   มีอายุยืนยายตลอดไปเทอญ   สวัสดีค่ะ”

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

๕. การกล่าวตอบคำอวยพร              มีวิธีการพูดดังนี้

๕.๑ ขอบคุณผู้ที่มาร่วมงานทุกคนและซาบซึ้งที่ได้ให้เกียรติมาในงานครั้งนี้   และขอบคุณผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดงาน

๕.๒ พูดแสดงความจริงใจต่อคำอวยพรที่ได้

๕.๓ กล่าวขอให้ร่วมสนุกในงานต่อไป

ตัวอย่าง

                “กระผมขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ให้เกียรติมาร่วมงานแสดงความยินดีกับกระผมใน   วันนี้   พรใดที่ท่านมอบให้ผม   ผมขอน้อมรับไว้และขอสัญญาว่า   ผมจะทำตามคำแนะนำของทุกท่านด้วยครับ   ถ้ามีสิ่งใดที่บกพร่องในงานนี้   ผมขออภัยมา  ณ ที่นี้ด้วย   สวัสดีครับ”

 

                ๖. การกล่าวแสดงความดีใจ – เสียใจ              มีหลักการพูดดังนี้

๖.๑ ใช้สีหน้าท่าทาง  น้ำเสียงให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง

๖.๒ พูดให้สั้นๆ ได้ใจความดี  ประทับใจ

ตัวอย่าง

                “สวัสดีค่ะคุณสายบัว   ดิฉันของแสดงความยินดีกับความสำเร็จที่คุณได้รับในวันนี้   พวกเราจะมีบัณฑิตที่เก่งกล้าเพิ่มอีกคนหนึ่งแล้ว   ด้วยความยินดีจากใจจริงค่ะ”

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

๗. การกล่าวต้อนรับ           เมื่อมีคนมาเยี่ยมบ้าน  สถานที่  บุคคล   การกล่าวต้อนรับต้องแสดงความมีน้ำใจแก่แขกและให้แขกมีความอบอุ่นในการมาเยือน   มีหลักการพูดดังนี้

๗.๑ พูดเสียงดังฟังชัด  เต็มเสียง  วาจาสุภาพ  นุ่มนวล

๗.๒ สีหน้าท่านทางแสดงความยินดีที่ได้ต้อนรับ   และกล่าวแสดงความยินดีที่ได้มีโอกาสต้อนรับ

๗.๓ กล่าวถึงความสัมพันธ์อันดีต่อกันและการมาเยือนถือว่าให้เกียรติเจ้าของบ้าน

๗.๔ กล่าวถึงความเต็มใจที่ได้ต้อนรับคณะผู้มาเยือนและเชิญพักผ่อนตามอัธยาศัย

๗.๕ กล่าวถึงโอกาสสำคัญที่คณะได้มาเยี่ยม   โอกาสหน้าคงมาเยี่ยมใหม่

๗.๖ หากมีแขกต้องการพบบุคคล   แล้วบุคคลนั้นไม่อยู่  อาจพูดให้คอยพบ    ในกรณีที่สามารถไปตามบุคคลนั้นได้   โดยรีบไปเป็นธุระให้   ถ้าไม่สามารถไปตามบุคคลนั้นมาพบได้  ควรถามแขกว่าจะสั่งข้อความใดถึงบุคคลนั้นหรือไม่

ตัวอย่าง

                “สวัสดีครับคุณป้า (ยกมือไหว้แขก)  ผมรู้สึกยินดีมากครับ  ที่คุณป้าให้เกียรติมาเยี่ยมวันนี้ เชิญข้างในบ้านก่อนครับ  (ช่วงนี้ไปหาน้ำมาบริการแขก)    ต้องการพบคุณพ่อหรือครับ     แหม! เสียดายจริงๆ  ท่านเพิ่งไปตลาดเดี๋ยวนี้เอง   คุณป้าพอจะรอได้ไหมครับ   หากมีธุระร้อนจริงๆ ผมจะให้คนไปตามให้นะครับ.......................เชิญคุณป้าดื่มน้ำก่อนตามสบายนะครับ”

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet