คำพังเพย สุภาษิต

posted on 05 Jul 2011 17:38 by noo-dang

 

จับได้คาหนัง คาเขา (ขอบคุณภาพจาก thaimtb.com) นักวิชาการเผยสุภาษิต-คำพังเพยไม่หายจากเด็กไทย ถ้าผู้ใหญ่หยิบมาพูดกับเด็กบ่อยๆ พร้อมสื่อให้เห็นเป็นเรื่องจริง ขณะที่โรงเรียนควรจัดประกวดให้เด็กคิดคำใหม่ๆ ตามรากฐานคำเก่า เพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ทั้งนี้ควรยอมรับความคิดของเด็กด้วย แล้วสุภาษิต-คำพังเพยจะเข้าถึงใจเด็ก รศ.กาญจนา อินทรสุนานนท์ อาจารย์ดุริยางคศาสตร์ศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า มีคนจำนวนหนึ่งที่วิตกกังวลเรื่องสุภาษิต-คำพังเพยของเด็กรุ่นใหม่ ที่ไม่สนใจศึกษา แต่เท่าที่มีประสบการณ์ในการสอนเด็กมานั้น พบว่า สุภาษิต คำพังเพยไทยยังใช้สอนเด็ก และเยาวชนได้อยู่ เพียงแต่ผู้ใหญ่อาจจะคิดว่าเด็กสมัยนี้ไม่ค่อยสนใจ และมักจะสรุปว่าเด็กไทยยุคนี้ไม่สนใจคำสอนสุภาษิต

http://news.nipa.co.th/news.action?newsid=150077

 

น้ำขึ้นให้รีบตัก  :  เป็นสำนวนสุภาษิตที่หมายถึงว่า  เมื่อมีโอกาสหรือได้จังหวะ  ในการทำมาหากินหรือช่องทางที่จะทำให้ได้ผลประโยชน์แก่ตนแล้ว  ก็ควรจะรีบคว้าหรือรีบฉวยโอกาสอันดีนี้เสีย  อย่าปล่อยโอกาสหรือจังหวะเวลาให้ผ่านพ้นไปอย่างน่าเสียดาย  สำนวนนี้เอาไปเปรียบกับอีกสำนวนที่ว่า  " ช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม "  แล้ว  หากคุณไม่เข้าใจความหมายก็อาจจะทำให้พะวักพะวงใจอยู่บ้าง  เพราะไม่รู้ว่าจะเชื่อสำนวนไหนดี  อย่างไรก็ควรดูคำแปลความหมายของอีกสำนวนนั้นเสียก่อน

http://www.siamtower.com/supasit/p12.html

 

น้ำมาปลากินมด  น้ำลดมดกินปลา  :  หมายถึง  โอกาสของใครหรือจังหวะดีของใคร  ฝ่ายนั้นก็ย่อมชนะความหมายอย่างเดียวกับคำว่า  " ทีใคร  ทีมัน ".

http://www.siamtower.com/supasit/p12.html

 

เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน : " เบี้ย " ในสมัยก่อนเป็นพวกหอยชนิดหนึ่งเรียกว่า " เบี้ยจั่น "  ใช้เป็นเงินแลกเปลี่ยนซื้อของได้ แต่มีราคาต่ำแปลตามตัวอักษรนี้ก็ว่าเก็บเบี้ยที่ตกอยู่ตามใต้ถุนร้าน  หรือแผงลอยวางของขายซึ่งตกหล่นอยู่บ้าง เพราะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนเบี้ยกับของโดยไม่เห็นว่าจะเป็นเบี้ยมีราคาต่ำ สำนวนนี้จึงแปลความหมายว่าถึงจะทำงานเล็กใหญ่ หรือค้าขายอะไรก็ตาม ก็พยายามค่อย ๆ ทำให้มีผลได้แม้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังดีกว่าปล่อยให้หลุดลอยไปเสีย.

 

ขี่ช้างจับตั๊กแตน  :  หมายความว่า  ลงทุนเสียมากมายเพื่อทำงานเล็ก ๆ เท่านั้น  เป็นทำนองว่าผลประโยชน์ที่ได้ไม่คุ้มกับที่ลงทุน  หรือทำให้เป็นการใหญ่โตเลย  หรือแปลความหมายสั้น ๆ " ทำงานใหญ่เกินตัว "

  

จุดไต้ตำตอ  :  สำนวนนี้ หมายถึงการพูดกล่าวขวัญหรือทำอะไรสักอย่าง  โดยผู้พูดหรือผู้ทำไม่รู้จักคนผู้นั้นครั้นพอรู้ความจริง  ผู้พูดหรือผู้ทำกลายเป็นคน  " ห้าแต้ม "  ไปเลย  ถ้าเป็นการพูดกล่าวขวัญในทางร้ายหรือนินทาด่าคนผู้นั้นเข้า  ดีไม่ดีก็ต้องเคราะห์ร้ายเปรียบเหมือนจุดไต้ไปตำเข้ากับตอถึงไฟดับ  สำนวนนี้เข้าใจว่า  มาจากการจุดไต้ให้ไฟสว่างของคนสมัยโบราณ  ซึ่งใช้เป็นไฟฉายส่องทาง  แล้วเอาไต้ไฟไปชนเข้ากับต่อถึงดับ.

 

ดูช้างให้ดูหาง  ดูนางให้ดูแม่  :  สำนวนทำนองนี้  มีอยู่ด้วยกันหลายประโยค  และมีความหมายไปในทำนองเดียวกัน  เช่น  "  ดูวัวให้ดูหาง  ดูนางให้ดูแม่ "  " ดูข้างให้ดูหน้าหนาว  ดูสาวให้ดูหน้าร้อน "  ดังที่ได้ยินได้ฟังมาบ้างแล้ว  แต่สำนวนที่ว่า  " ดูช้างให้ดูหาง "  นี้  มุ่งให้ดูหางช้าง  ที่บอกลักษณะว่าเป็นช้างดีหรือช้างเผือก  เพราะที่ปลายหางของมันยังเหลือให้เห็นสีขาวอยู่ตามเรื่องที่เล่าว่า  เวลาช้างพังตกลูกเป็นช้างเผือกสีประหลาด  พวกช้างพลายและช้างพังจะช่วยกัน  " ย้อม "  กลายลูกมันเสีย  ด้วยการใช้ใบไม้หรือขี้โคนดำ ๆ  พ่นทับ  เพื่อมิให้คนรู้ว่าเป็นช้างเผือกแล้วมาจับไป  หรืออย่างไรไม่แน่ชัด  แต่การย้อมลูกของมันด้วยสีเผือกให้เป็นสีนิลนั้น  ก็ยังเหลือร่องรอยอยู่อย่างหนึ่ง  คือที่ปลายหางเป็นสีขาว  เหตุนี้เขาจึงให้สังเกตลักษณะของช้างเผือกที่ตรงหางไว้เป็นหลักสำคัญ.

 

ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ  :  สำนวนนี้  โบราณมักใช้พูดกันมาก  หมายถึงการกระทำอะไรสักอย่างที่ไม่เหมาะสมหรือได้สมดุลกัน  หรือใช้จ่ายทรัพย์ลงทุนไปในทางที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย  เช่นลงทุนเล็กน้อยเพื่อทำงานใหญ่ซึ่งต้องใช้เงินมาก ๆ ย่อมไม่อาจสำเร็จได้ง่าย  ต้องสูญทุนไปเปล่า ๆ เปรียบเหมือนตำน้ำพริกเพียงครกเดียว  เอาไปละลายในแม่น้ำกว้างใหญ่  เมื่อละลายไปก็จะสูญหายไปหมดสิ้นไปทำให้แม่น้ำเกิดอะไรผิดปกติขึ้น  เสียน้ำพริกไปเปล่า ๆ.

 

ทำนาบนหลังคน  : หมายถึงคนที่คิดหาผลกำไรหรือหาผลประโยชน์ใส่ตน  ด้วยวิธีเบียดเบียนหรือรีดนาทาเร้นเอาจากน้ำพักน้ำแรงของผู้อื่น  โดยขาดความเมตตา  เช่น  ให้กู้เงินแล้วเรียกดอกเบี้ยแพง ๆ หรือกว้านซื้อข้าวจากชาวนาในราคาถูก ๆ  เพื่อเอามาค้าหากำไรโดยเหตุที่การทำนาของคนไทยในสมัยโบราณจัดว่า  เป็นอาชีพหลักและสำคัญส่วนใหญ่โบราณจึงเอาเรื่อง  " ทำนา "  มาผูกเป็นสำนวนความหมายทำนองเดียวกับ  " รีดเลือดกับปู "  ก็ได้.

 

มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก  :  สำนวนนี้หมายถึงคนที่พูดเก่ง  หรือตลบแตลงเก่ง  พูดกลับกลอกได้รอบตัว  หรือพูดจนจับคำไม่ทัน  เป็นที่ไม่น่าเชื่อถือและไว้ใจ  เปรียบเหมือนกับว่าเป็นคนหลบหลีกได้คล่อง  ถึงจะเอามะกอกใส่เต็มตะกร้า ๓ - ๔ ตะกร้ามาขว้างปาก็ไม่ถูก  ทำนองเดียวกับที่ว่า  " จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน "

Comment

Comment:

Tweet