นิยายวาย

posted on 05 Jul 2011 17:41 by noo-dang

“ทำอะไรอยู่น่ะ พี่สึโยชิ?”ดวงตากลมโตกระพริบถี่ๆด้วยความงุนงง จ้องมองพี่ชายที่ถือดัมเบลอยู่ในมือด้วยความสงสัย
ตั้งแต่กลับมาพี่สึโยชิก็ทำหน้าบอกบุญไม่รับ แถมขังตัวเองอยู่ในห้องจนเธออดสงสัยไม่ได้
...ที่แท้ก็มายกดัมเบลเพิ่มกล้าม...
“พี่จะเพิ่มกล้ามเหรอ?”แม้จะรู้แต่ก็ถามเพื่อความมั่นใจ เด็กสาวอ้อมผ่านร่างผอมๆของพี่ชายก่อนจะนั่งแปะอยู่บนเตียงมองอีกฝ่ายตาไม่กระพริบ
สึโยชิเพียงพยักหน้าช้าๆก่อนจะวางดัมเบลลง เด็กหนุ่มเลิ่กแขนเสื้อตัวเองให้เห็นต้นแขนขาวๆนั่น ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มๆเนื้อบริเวณนั้นดูว่ากล้ามขึ้นบ้างรึยัง
“พี่ยกมากี่ทีแล้วน่ะ?”เด็กสาวถามด้วยความสงสัย มือบางๆพยายามดึงดัมเบลที่พี่เธอวางขึ้นมาบ้าง แต่เกร็งจนเห็นข้อขาวแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่ามันจะยกขึ้น!
“ข้างละ100”เด็กหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงที่ชักจะเริ่มหงุดหงิด
แขนผอมๆของเขามันไม่เห็นจะมีกล้ามขึ้นมามั่งเลย!
เด็กสาวมองพี่ชายตรงหน้าอย่างปลงสังเวช พอจะรู้เหตุผลว่าทำไมพี่เธอถึงฮึดจะเพิ่มกล้าม สงสัยวันนี้จะมีเรื่องกับพี่คาวามูระมาอีกถึงได้ฮึดหนักกว่าเดิม!
แต่ก็นะ...“ไร้ประโยชน์น่ะ พี่สึโยชิ”คำพูดตัดความหวังที่เด็กหนุ่มฟังแล้วต้องค้อนขวับ เด็กสาวแกล้งส่ายหัวอย่างปลงสังเวชจนพี่ชายอยากจะเอาดัมเบลทุ่มใส่หน้านัก!
“พี่จำไม่ได้เหรอว่าตอนพี่อยู่ม.ต้นพี่ก็ทำแบบนี้ แล้วกล้ามมันขึ้นบ้างไหมล่ะ?”แม้จะเป็นความจริงแต่ฟังแล้วมันก็หงุดหงิดขัดใจ! เด็กหนุ่มมองน้องสาวตาขวางก่อนจะหยิบดัมเบลขึ้นมายกอีกครั้ง
“คราวนี้มันต้องได้สิน่ะ”คำพูดส่อเค้าความไม่ยอมแพ้ยิ่งทำให้สึโบมิต้องถอนหายใจหนักๆ
“พี่จำรุ่นพี่คุราโอะรุ่นพี่สมัยม.ต้นที่ตัวโตกว่าพี่เกือบสามเท่าได้ใช่ไหม? ที่กล้ามโตๆน่ะ”คำถามคุดขุ้ยเรื่องเก่าที่สึโยชิต้องเหลือบตาไปมอง พยักหน้าช้าๆแม้จะยังไม่หยุดยกดัมเบล
“แล้วพี่จำที่มันจับก้นพี่ได้ไหม?”
“แล้วขุดมาถามหาซากเธอเหรอ!”เด็กหนุ่มตะโกนอย่างฉุนๆ แต่กลับเรียกให้อีกฝ่ายยิ้มกว้าง
“ก็ต้องท้าวความหน่อยล่ะ หนูยังจำได้นี่ว่าพี่จับรุ่นพี่เขาทุ่มเสียหลังเดาะโทษฐานจับก้นของพี่น่ะ!”
“ไม่เห็นจะเป็นประเด็น”เด็กหนุ่มเอ่ยค้านเสียงแข็งแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่ายัยน้องตัวดีหมายถึงอะไร
เด็กสาวมองเด็กหนุ่มที่โตแต่ตัวตรงหน้าด้วยความปลงอนิจจัง พี่สึโยชิน่ะคิดจะเพิ่มกล้ามมาแต่ไหนแต่ไรแต่ก็ไม่เคยสำเร็จสักครั้ง ทั้งๆที่เจ้าตัวก็แรงดีหยั่งกะช้างสาร! น่าจะปลงๆไปได้แล้วว่าตัวเองน่ะยังไงก็กล้ามไม่ขึ้น!
“หยุดนะวาคาบายาชิ!”เสียงตะโกนไล่หลังกลับเรียกให้เด็กหนุ่มเร่งสปีดเท้ามากขึ้น
นี่มันกรรมอะไรของเขาวะเนี่ย!
ตั้งแต่เขาต่อยไอ้รุ่นพี่บ้านั่นจนลงไปนอนวัดพื้น เขาก็กลายเป็นที่ต้องการตัวของชมรมคาราเต้ขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วน เขาเพิ่งมารู้ว่าคนที่เขาล้มไปเป็นรองกัปตันของชมรม แล้วยังเป็นคนเดียวกับที่พาลูกน้องเป็นโขยง วิ่งไล่ตามตัวเขาตอนนี้อีกต่างหาก!
“หยุดนะ มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน”เสียงตะโกนเรียกจากด้านหลังทำให้เด็กหนุ่มเบ้หน้าด้วยความขัดใจ ใครจะหยุดให้โง่!
พูดไปก็เหมือนพ่นลมใส่! บอกว่าไม่เข้าๆก็ยังตื๊ออยู่นั่นแหละ อะไรกันนักกันหนาวะ!
กลุ่มคนด้านหลังเริ่มตามติดกระชั้นจนสึโยชิต้องเบี่ยงตัวหนีไปทางบันได เขากระโจนพรวดเดียวก็ลงไปบันไดขั้นสุดท้าย ก่อนจะวิ่งต่อหน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
ความสามารถที่สึโยชิคงไม่รู้ว่ายิ่งทำให้คนในชมรมยิ่งมุ่งมั่น
ไม่ว่ายังไงก็ต้องเอาตัวมาเข้าชมรมให้ได้!
“ขะ... ขอโทษ ทะ ที่มาสาย”สึโยชิพูดพลางลากร่างชุ่มเหงื่อของตนเดินมาทางโต๊ะข้างยูยะ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งอย่างสิ้นเรี่ยวแรง
เขารบกับไอ้รุ่นพี่บ้าพวกนี้มาเกือบอาทิตย์ แถมไม่มีวี่แววว่าพวกนั้นจะรามือง่ายๆ!
ยูยะทอดสายตามองสึโยชิที่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะอย่างเห็นใจ มือบางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาก่อนจะเช็ดแก้มขาวซีดทีโผล่พ้นต้นแขนที่เจ้าตัวใช้หนุนรองเนิบช้า
“ขอบคุณนะ ยูยะ”เด็กหนุ่มไม่ลืมที่จะหยอดคำหวานก่อนจะจับมือนิ่มนั่นมาอังแก้ม ทอดสายตามองนิ่งจนคนโดนมองแก้มขึ้นสีก่ำ...เขาไม่หยุดศึกกับไอ้เลวนารุมิง่ายนักหรอก!
แล้วพลันบรรยากาศหวานฉ่ำนั้นก็หยุดชะงักลง เมื่อน้ำเกือบทั้งขวดถูกรินรดใส่หัวของสึโยชิราวกับโดนรดน้ำ ร่างขาวสะดุ้งเฮือก สะบัดศีรษะก่อนจะเตะโต๊ะใส่คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามด้วยความหงุดหงิด
นารุมิใช้เท้าดันโต๊ะนั้นไว้อย่างง่ายๆ เด็กหนุ่มแย้มยิ้มมุมปาก ประสานสายตากับอีกฝ่ายที่จ้องมองมาอย่างเอาเรื่อง
“แกราดน้ำใส่ฉันทำไม คาวามูระ!”สึโยชิกดเสียงต่ำกลั้นความโมโห เท้าของเขายังดันโต๊ะพยายามจะถีบใส่คนตรงหน้าที่ใช้เท้าดุนไว้สุดกำลัง
“ก็เห็นนายเหนื่อย”นารุมิพูดน้ำเสียงราบเรียบ สะกดอาการเหนื่อยของตนจากการออกแรงดันโต๊ะ ....เห็นตัวผอมๆไม่รู้มันไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน แรงเยอะเป็นบ้า!
ยูยะแทบจะร้องเสียงหลงเมื่อมือเรียวของทั้งคู่คว้าเก้าอี้ข้างตัวเตรียมทุ่มใส่อีกฝ่าย ร่างบางกระโจนกอดสึโยชิที่อยู่ใกล้กว่าสุดตัว ขอร้องเสียงเอื่อยว่าให้วางเก้าอี้ลง
“ก็ได้”สึโยชิว่าเรียบๆไม่สมนิสัย เขาวางเก้าอี้ลงข้างๆ ก่อนจะแย้มรอยยิ้มหวานที่นารุมิเห็นแล้วใจไม่ค่อยดี...
“ปล่อยนะ ทำอะไรน่ะสึโยชิ!”ยูยะร้องเสียงหลง ร่างบอบบางดิ้นขลุกขลักเมื่อคนตัวโตกว่าช้อนร่างทั้งร่างของเขาไว้ในอ้อมแขน ดวงหน้างามขึ้นสีก่ำแดงเรื่อจนสึโยชิอดไม่ได้ที่จะห้อมแก้มแผ่วเบาอย่างเอ็นดู...
ไม่สนใจนารุมิที่จ้องมาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ!
“ปล่อย ทำบ้าอะไร วางฉันลงนะ”ยูยะยังคงดิ้นพล่าน มือขาวทุบอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง
“ก็ยูยะบอกให้วางเก้าอี้ก็วางแล้วไง ...อุ้มยูยะดีกว่ากันเยอะ”เหตุผลที่ยูยะฟังแล้วต้องก้มหน้างุด สะบัดดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนจนสึโยชิต้องค่อยๆวางลงบนพื้น ไม่ลืมที่จะขโมยหอมแก้มอีกครั้ง
การกระทำทั้งหมดที่นารุมิเห็นแล้วต้องเก็บอารมณ์ข่มลึก
...ในเมื่อว่าดีๆไม่ฟัง ก็ต้องใช้มาตรการขั้นสุดท้าย จับมันเปลี่ยนฝ่ายไปเลยจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับยูยะของเขาอีก!“หยุดเดี๋ยวนี้นะวาคาบายาชิ!”เหตุการณ์ที่เรียกได้ว่าแทบจะซ้ำรอยเดิมล่วงเลยเข้าสู่วันที่แปด...
สึโยชิใกล้จะประสาทกินเต็มทนกับไอ้การวิ่งหนีรุ่นพี่ชมรมบ้านี่ แถมดูเหมือนแต่ละคนจะสะกดคำว่าไม่ไม่เป็นกันทั้งชมรม! ถึงพักเที่ยงทีไรข้าวก็ไม่ได้กิน! แถมยังต้องวิ่งหยั่งกะหนีผีอีก! จะเอาอะไรกับชีวิตเขากันนักกันหนาวะ!
“ไม่มีทางหนีแล้วนะ วาคาบายาชิ”รุ่นพี่ที่ท่าทางจะเป็นกัปตันชมรมพูดด้วยท่าทางดีใจแม้จะหอบจนตัวโยน เด็กหนุ่มเอามือปาดเหงื่อที่ไหลซึมลงมาตามไรผมพลางจ้องเขาด้วยท่าทางสดใส “เซ็นต์ซะ หลักฐานการเข้าชมรม!”ว่าแล้วก็ยื่นกระดาษขาวๆมาตรงหน้าสึโยชิที่ยืนมองอย่างเซ็งชีวิต
เขาโดนไล่ทันจนได้! เพราะคิดผิดที่หนีมาหลังโรงเรียนแท้ๆ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเขาโดนเหล่ารุ่นพี่ชมรมคาราเต้ล้อมหน้าล้อมหลังปิดทางออกรอบด้าน อยากจะบ้าตาย!
“ไม่เซ็นต์!”เขาเอ่ยเสียงแข็งแม้ตอนนี้ตนเองจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ไม่ว่ายังไงเขาก็มั่นใจนักว่าพวกนี้คงไม่กล้าทำร้ายเขาแน่ๆ ดวงตาคู่เรียวจึงจ้องอีกฝ่ายอย่างท้าทายก่อนจะเหลือบไปรอบตัวเพื่อประเมินสถานการณ์...
..คะเนจำนวนคนที่ล้อมกรอบเขาจากสายตาก็น่าจะประมาณ 9 คน แถมยังเป็นพวกหน้าเดิมๆที่เล่นไล่จับกับเขามาตั้งแต่วันแรกๆ แต่ละคนจ้องมองเขาอย่างเคืองแค้นแสนสาหัสราวกับเขาไปแย่งแฟนมาก็ไม่ปาน จะมีไอ้หน้าใหม่บ้างก็...ไอ้บ้านารุมิมายุ่งอะไรกับเขาด้วยวะเนี่ย!
ดวงตาของเขาเบิกกว้างแทบถลนเมื่อเหลือบไปเห็นคู่ปรับตัวฉกาจที่จ้องมองมาด้วยท่าทางกวนประสาทท่าประจำ แถมพอตวัดสายตาไปข้างๆก็ช็อคซ้ำรอบสองเมื่อยูยะที่มาจากไหนไม่รู้บัดนี้กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ล้อมกรอบเขาไปซะแล้ว! เด็กหนุ่มส่งยิ้มกร่อยๆให้เขา ท่าทางดูสำนึกผิดต่างจากคนที่ยืนข้างๆลิบลับ
“รีบๆเซ็นต์ซะ ...นายไม่รู้เหรอว่าชมรมเคนโด้ ชมรมยูโด กับชมรมคาราเต้ของเราเป็นเครือเดียวกัน”ประโยคหลังรุ่นพี่รีบเสริมอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นสายตาที่เขาจ้องมองไปทางยูยะกับนารุมิ ...แต่ดูเหมือนรุ่นพี่จะแปลสายตาของเขาผิดไอ้อย่างนี้ให้ตายเขาก็ไม่เข้าชมรมบ้านี่หรอก! คิดจะเอาเพื่อนเขามาล่อก็ฝันไปเถอะ!
แล้วก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว ขาผอมๆที่ดูไม่มีแรงก็เตะเสยเข้าที่กกหูจนกัปตันล้มกลิ้ง ใบอนุมัติเข้าชมรมร่วงอยู่บนพื้น มีรอยรองเท้าแทนลายเซ็นต์จนคนที่เห็นแทบจะระงับอารมณ์ไม่ไหว!มันจะหยามกันเกินไปแล้ว!
แต่ก่อนที่จะเกิดเหตุชุลมุนแนวสามัคคีบาทาร่างขาวซีดก็ถูกรวบตอนที่ยืนหัวเราะแบบไม่ทันตั้งตัว เชือกเส้นเดิมที่เขาคุ้นเคยมัดข้อมือเขาจากทางด้านหลังก่อนเจ้าของเชือกจะผูกเงื่อนตายอย่างคล่องนิ้ว ...อย่าบอกนะ ว่า...
“ทำอะไรน่ะ นารุมิ”เสียงเรียกของยูยะที่เรียกชื่อคนด้านหลังเขาทำให้สึโยชิถึงกับหน้าซีดแกจะเล่นมุขเดิมครั้งที่สองน่ะไม่มีวันหรอกเว้ยนารุมิ!
ร่างผอมเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยก่อนจะโถมไปข้างหลังสุดตัว กะใช้หัวตัวเองฟาดไอ้คนด้านหลังให้มันหงายท้องแม้ตัวเองจะต้องเจ็บตัวก็ตาม ยุทธวิธีทุ่มทุนสร้างที่เคยได้ผลมาหลายครั้งและคราวนี้เขาก็ขอให้มันได้ผลอีกรอบ ก่อนที่อะไรๆมันจะเลวร้ายลงไปกว่านี้
แต่แล้วสึโยชิก็แทบจะร้องไม่เป็นภาษาเมื่อแผนที่วางไว้กลับไม่เป็นไปตามคาด!
หลังของเขาถูกเข่าแทงสวนเจ็บจนหน้าเขียว แถมคนข้างหลังก็ไม่เคยคิดจะปราณีเขาเช่นเคย... กำปั้นหนักๆถูกต่อยสวนเข้าที่ท้องจนสึโยชิแทบร่วงลงไปกองกับพื้น แต่มือหนากลับคว้าเสื้อนักเรียนของเขาไว้ทันก่อนจะจับโยนขึ้นพาดบ่าแล้วออกเดินตัวปลิว
เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนคนมองได้แต่อ้าปากค้างอย่างตะลึงพรึงเพริด..ร่างผอมๆถูกโยนลงบนพื้นอย่างไม่มีปราณีทั้งๆที่ยังเจ็บจนหน้าเขียว เขาได้แต่จ้องคนที่หันไปล็อคดาดฟ้าอย่างเอาเรื่องแม้ในใจจะเต้นตุบๆ ...ไอ้ลูกตานั่นมันเปล่งแสงวาบๆยังไงชอบกล... เห็นแล้วก็ทำให้ขนลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ...
“ว่ายังไง สึโยชิ...”น้ำเสียงเนิบช้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชวนสยองถึงไขสันหลัง ...เห็นมันยิ้มอย่างนี้ทีไรไม่เคยมีเรื่องดี ...อย่างน้อยก็สำหรับเขาล่ะ
“แกพาฉันมาที่นี่ทำไม คาวามูระ”แม้จะหวาดๆแต่ก็ยังไม่วายที่จะปากเก่ง เขาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยท่าทางข่มขู่แม้สังขารของตนจะไม่อำนวยนัก
..มันก็ไม่ได้พิศวาสอะไรเขานักหรอก ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัว... เด็กหนุ่มปลุกปลอบใจตนเองแม้จะหน้าซีดเหลือสองนิ้วเมื่ออีกฝ่ายร่นระยะเข้ามาใกล้จนแทบจะหายใจรดต้นคอ
ร่างของเขาถูกกดตรึงอยู่กับพื้นโดยมีเจ้าของรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทาบทับอยู่ด้านบน เสื้อเชิ้ตนักเรียนสีขาวเปรอะเปื้อนคราบฝุ่นจากพื้นดาดฟ้า แต่เด็กหนุ่มไม่มีเวลาจะหันไปสนใจมันนัก ...ตอนนี้ดวงตาของทั้งคู่จ้องประสานกันนิ่ง... คู่หนึ่งนั้นจ้องมองเหยื่อที่ตนเตรียมล่า อีกคู่หนึ่งวูบไหวพยายามหาลู่ทางหนี...
ปลายจมูกโด่งค่อยๆโน้มลงสัมผัสเรือนแก้มขาวซีดที่เบี่ยงหนีด้วยความขนลุก ริมฝีปากอุ่นไล้เรื่อยจากดวงหน้าก่อนจะลากไปตามลำคอ มือเรียวแทรกผ่านเนื้อผ้าสัมผัสผิวกายอย่างอ่อนโยนกว่าที่เคย ...แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้สึโยชิถึงกับสะท้าน สะท้านปนสยอง!
“ปล่อยเว้ย!”ไม่ว่าเปล่า ขาขาวเรียวก็ยันพรวดเข้าที่ท้องน้อยจนอีกฝ่ายหงายหลัง สึโยชิรีบประคองตัวลุกขึ้นนั่ง ...แม้จะยังไม่หายเจ็บแต่ศักดิ์ศรีก็สั่งการไปก่อนสมอง เด็กหนุ่มพยายามยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยความทุลักทุเล ...ร่างกายนั้นยังบอบช้ำอยู่มาก แถมข้อมือก็ยังโดนผูกไพล่ไว้ด้านหลัง...
แต่ยังไม่ทันได้ยืนดีก็ต้องมีอันล้มลงในอ้อมกอดของไอ้คนที่หายจุก หมัดหนักๆของหมอนั่นซ้ำรอยแผลเดิมจนร่างของเขาทรุดฮวบ มือหนาจึงถือโอกาสจับคอเสื้อแล้วลากเขาเข้าข้างฝาอย่างไม่มีปราณี
“ถ้าไม่อยากให้อ่อนโยน ...บอกกันดีๆก็ได้นะสึโยชิ”เสียงกระซิบหวานหูที่ต่างกับการกระทำลิบลับ... “ฉันแค่อยากจะแก้ตัวคราวที่แล้วเอง... คราวก่อนฉันทำให้นายเจ็บมาก รับรองว่าคราวนี้จะไม่เป็นอย่างนั้นแน่ แล้วนายจะชอบ...”
“ขอบใจ แต่ไม่ต้อง”สึโยชิเค้นคำอย่างยากลำบากขณะพยายามเบี่ยงหนีปลายจมูกโด่งที่คลอเคลียบริเวณใบหู “บังเอิญฉันไม่ชอบให้ใครมายุ่งอะไรกับร่างกายเท่าไหร่”
“เหรอ ...แต่ฉันชอบนะ...”รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จับพรายที่มุมปากขณะหอมแก้นเนียนแผ่วเบา
ไอ้คำพูดหน้าด้านนี่กลั่นมาจากเซลล์สมองส่วนไหนของแกวะ! เด็กหนุ่มได้แต่ก่นด่าในใจเพราะตะโกนด่าไม่ออก ทั้งเจ็บตัวทั้งเจ็บใจ แถมยังทำอะไรไม่ได้อีก! สถานการณ์เสียเปรียบสุดๆที่ไม่รู้จะหาทางออกยังไง
.“ปล่อย นะ... ไอ้นารุ...มิ”คำพูดของเด็กหนุ่มขาดเป็นห้วงๆเมื่อมืออุ่นเริ่มทำหน้าที่ๆเขาไม่ปรารถนา ร่างกายร้อนผ่าวยามที่ริมฝีปากอุ่นนุ่มนั่นลากเรื่อยไปตามร่างกาย บางขณะหยุดที่ปลายอกแดงเรื่อ ขบเม้มอย่างจงใจให้ร่างกายร้อนผะผ่าวหนักกว่าเดิม


“อยากให้ปล่อยจริงเหรอ?”เอ่ยถามอย่างยั่วเย้าเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าสะกดกลั้นอารมณ์ของร่างเบื้องหน้า ...ดวงตาคมเรียวแม้จะอ่อนแสงแต่กลับมีเพลิงแค้นเต้นเร่ายิ่งทำให้เขานึกสนุก มือหนาค่อยๆขยับจังหวะมือให้เร็วขึ้น ริมฝีปากบางบรรจงสัมผัสกลีบปากแดงเรื่อ ก่อนจะประกบแน่นเมื่อร่างนั้นกระตุกเกร็งขึ้นมาฉับพลัน
...จูบอ่อนหวาน ล้ำลึกที่อีกฝ่ายตอบสนองคล้ายมึนเมา ร่างขาวหอบสะท้าน ลมหายใจติดขัดจนผู้ล่วงล้ำต้องค่อยๆถอนริมฝีปากออก ดวงตาคู่คมจ้องคนที่เคยดื้อดึงตรงหน้าด้วยความหลงใหล...สภาพนี้ของสึโยชิคงไม่มีใครเคยเห็น และเจ้าตัวคงไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่าตัวเองยามนี้นั้น ...เร้าอารมณ์เพียงใด... สภาพที่ทำให้เขาหลงใหล... ...หลงใหลแต่ไม่ใช่รัก...
.“ไม่เอา ปล่อย”เสียงที่แทบจะป็นกรีดร้องเมื่อเขาค่อยๆอุ้มร่างขาวนวลนั้นขึ้นมาคร่อมบนตัก ดวงหน้านั้นส่ายช้าๆอย่างพยศแม้จะอ่อนลงไปมาก อากัปกิริยาที่เขาต้องค่อยๆจุมพิตแผ่วเบาก่อนจะไล้ไปที่ใบหูที่บัดนี้แดงเรื่อ
“ไม่ต้องกลัวนะ คราวนี้ไม่เจ็บแล้ว...”ปลอบอย่างอ่อนโยนกว่าทุกครั้งแม้จะไม่อาจลดความหวั่นไหวของอีกฝ่ายได้ ...แต่เขาคงทนมากกว่านี้ไม่ไหวแล้ว...
“อึก ฮะ... ไม่”มือขาวซีดที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระผวากอดรอบคอนารุมิแน่นเมื่อร่างกา