นิยาย Y สึโยชิ

posted on 08 Jul 2011 15:58 by noo-dang

ดีใจที่ได้เจอกันขนาดนั้นเชียว?”ชายหนุ่มยิ้มกว้างให้สึโยชิที่หน้าซีดเป็นไก่ต้ม แล้วสีหน้านั้นก็เปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำฉับพลัน เมื่อได้ยินประโยคถัดมาที่หมอนั่นหันไปพูดกับคนคุมเครื่องเล่น
“งั้นผมขึ้นกระเช้านี้กับเพื่อนผมนะครับ”“เฮ้ย!”
“โทชิ! แล้วฉันล่ะ”เสียงร้องของเขาถูกกลบด้วยเสียงอุทานของสาวน้อยข้างๆหมอนั่น ...แต่อีกฝ่ายเพียงเหลียวกลับไปมองเล็กน้อย พลางยักไหล่เหมือนไม่เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ
“ก็รออยู่ข้างล่างนี่ล่ะ...หรือถ้ารอไม่ได้ก็กลับบ้านไปก่อนก็ได้..”
“โทชิ...นาย...”เธอกรีดเสียง ใบหน้าหวานสวยบูดบึ้ง...ดูเหมือนเด็กสาวจะพยายามกล้ำกลืนคำด่าลงคอ แล้วกระแทกส้นเท้าเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลัง...
สึโยชิแสนจะคาดหวังว่าหมอนั่นจะเดินตามแฟนสาวไป...แต่เปล่า...นอกจากมันจะไม่เดินตาม ....มันยังทำท่าจะเดินเข้ามาในกระเช้า จนเขาต้องรีบดันตัวไปอยู่หน้ากระเช้าพยายามจะฝ่าออกไปด้านนอก แต่ดูเหมือนไอ้หมอนั่นจะรู้แกว... เพราะไม่ว่าเขาจะเดินไปทางฝากไหน มันก็ขยับขวางมันทางนั้น!
“น่า... ไม่ต้องเขินหรอก”คำพูดที่เล่นเอาสึโยชิถึงกับน้ำลายติดคอ พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ทำไมมันหน้าด้านอย่างนี้วะ!ปัง!!การต่อสู้ชะงักลงทันควันเมื่อใครคนหนึ่งทุบชิงช้าสวรรค์แบบไม่กลัวมันเจ๊ง... ทุกสายตาหันขวับไปยังบุคคลที่สามที่ยืนทำหน้าบึ้ง... สายตาเย็นชาปานประหนึ่งน้ำแข็งจ้องเขม็งไปยังเด็กหนุ่มนิรนามที่มันยังกล้าส่งยิ้มให้แบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว...แกเท่ห์มากนารุมิ!สึโยชิที่ใจมาเป็นกองกลับมายิ้มได้อีกครั้งแม้รอยยิ้มนั้นจะยังดูเฝื่อนๆก็ตามที อย่างน้อยก็ยังดีกว่าต้องเผชิญชะตากรรมคนเดียว... ยังไงซะขึ้นชิงช้าสวรรค์กับนารุมิสองต่อสองมันก็ดีกว่าขึ้นกับหมอนั่นเป็นไหนๆ คิดได้ดังนั้นเขาก็รีบกระตุกแขนนารุมิ ...แต่หมอนั่นกลับยังจ้องอีกคนนิ่ง... สายตานั่นน่ะบอกได้เลยว่าไอ้คุณชายคาวามูระน่ะมันกำลังก่อสงครามเย็น...แถมยังเป็นสงครามเย็นขั้นติดลบซะด้วยสิ...
“ฉันจะขึ้นชิงช้าสวรรค์กับหมอนั่น...สองคน...”คำพูดแรกที่นารุมิเอ่ยออกมาเรียกเอาทุกเสียงเงียบกริบ ไม่รู้ว่าหมอนั่นมันรู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา แต่คำนั่นก็เล่นเอาสึโยชิหน้าขึ้นสีก่ำ และเรียกรอยยิ้มกว้างจากเด็กหนุ่มอีกคน ที่ยังเหมือนไม่รู้สึกรู้สมอะไรนัก“อะ...ก็ได้...ตามสบาย...พวกนายมาด้วยกันนี่”ไม่ว่าเปล่า เด็กหนุ่มยังผละจากชิงช้าสวรรค์มาก้าวหนึ่ง เปิดทางให้นารุมิเดินเข้าไปข้างใน แถมท้ายยังปิดประตูกระเช้าแทนพนักงานเสียด้วย...“แล้วค่อยเจอกันนะ...อย่าลืมคิดถึงฉันล่ะ…สึโยชิ”หมอนั่นว่าพลางขยิบตาส่งท้ายก่อนที่กระเช้าจะค่อยๆเลื่อนจากไป...“ปลาหลุดไปอีกตัวแล้วสิ”
เด็กหนุ่มจ้องข้อความด่ายาวเหยียดที่ส่งมาจากแม่สาวที่เขาเพิ่งสลัดทิ้งไปเมื่อครู่ เขามองมันด้วยอาการขบขันก่อนจะกดลบ แล้วหาเบอร์โทรของคนที่เขามีเรื่องเร่งด่วนจะต้องถาม...
‘มีเรื่องอะไรอีกล่ะ’ เสียงทักทายแรกจากอีกฝากสายส่อเค้าเย็นชา แต่โทชิกลับขยับยิ้มกว้าง
“โทรมาหานายนี่ฉันต้องมีเรื่องด้วยรึไงทาคาโตะ?”
‘ใช่...ถ้าไม่มีเรื่องอะไรนายก็คงไม่โทรมาหรอก’ คำตอบที่ได้เล่นเอาคนฟังหัวเราะร่วน ก่อนจะกรอกตอบด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีแบบเคย
“เออ ก็ได้ ฉันยอมรับว่ามันมีเรื่อง”เขารับอย่างยอมจำนน “นายจำเรื่องที่ฉันเคยให้ไปสืบได้ไหม เรื่องที่ไอ้กัปตันชมรมบ้านั่นมันเอามาล่อฉันน่ะ...ตกลงว่าไง?”‘ออ...เรื่องนั้น’ ทาคาโตะรับคำในลำคอ ‘ตกลงว่ามันเป็นเรื่องจริง...ชื่อหมอนั่นเพิ่งถูกเพิ่มมาทีหลังนี่เอง หลังจากที่กัปตันนั่นตกลงกับนาย...’“งั้นก็โชคดีของมันไป เพราะฉันกะจะไปเตะมันอยู่แล้วเนี่ยตอนเห็นว่าเป้าหมายของฉันดันมาเที่ยวแทนที่จะไปฝึกซ้อม…”‘...นายเจอวาคาบายาชิ?’
“ใช่...ที่ฟูจิคิวตอนฉันกำลังเดทกับแฟนใหม่อยู่พอดี ฉันเห็นหมอนั่นกำลังจะขึ้นชิงช้าสวรรค์เลยกะจะขึ้นด้วย ...เออว่ะทาคาโตะ!”โทชิโพล่งเมื่อเพิ่งนึกขึ้นมาได้ “ไอ้คุณชายสุดหล่อซี้นายก็มากับสึโยโยของฉันด้วย ฉันจำหน้ามันได้ ...หน้าตาหล่อตายซากอย่างนั้นน่ะไม่มีทางผิดตัว”‘นารุมิน่ะนะ? เจอที่ฟูจิคิว?’
“ก็เออสิ...นายไม่เชื่อฉันหรือไง”โทชิยังพูดอย่างอารมณ์ดีแม้จะได้ยินน้ำเสียงเหมือนไม่ค่อยเชื่อถือของอีทาคาโตะ “หมอนั่นน่ะมากับเป้าหมายฉันแถมยังแย่งขึ้นกระเช้าไปกับเป้าหมายของฉันสองคนอีก ...นายต้องมาเห็นหน้าหมอนั่นตอนที่มาเจอฉันกำลังจะขึ้นกระเช้ากับสึโยโยของฉัน...หน้างี้หยั่งกะจะแดกหัวแหนะ”

‘....’“ฉันสงสัย....เหมือนว่า....สองคนนั้นน่ะมีอะไรแปลกๆ...”
‘ไม่ใช่หรอกน่ะ....นารุมิมีคนที่ชอบอยู่แล้ว’
“ชอบได้ก็เปลี่ยนได้”
‘อย่าเอามาตรฐานของนายมาวัดคนอื่น’คำพูดของทาคาโตะที่โทชิขยับยิ้มมุมปากรับ
ลองได้ทาคาโตะออกโรงปกป้องใครแล้วเถียงไปก็ไม่มีประโยชน์... เขารู้ว่าหมอนั่นคงไม่เชื่อเพราะมันสนิทกับคุณชายตายซากนั่นมาตั้งแต่เด็ก ก็เห็นไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ ...แต่เอาเถอะ...เชื่อไม่เชื่อมันก็ไม่สำคัญนักหรอก…
“ตามใจนาย จะเชื่อหรือไม่เชื่อ...”โทชิวรรคไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาคมหรี่ลงเล็กน้อยอย่างเจ้าเล่ห์ “แต่คนนี้น่ะฉันจริงจังมาก...แล้วก็จะไม่ยอมยกให้ใครเด็ดขาด”
‘ฉันก็เห็นนายบอกว่าจริงจังกับทุกคน’
“แต่คนนี้น่ะไม่เหมือนคนอื่นหรอกนะเว้ย....ฉันไม่เคยถูกใจใครนานข้ามปีมาก่อน เสียดายด้วยซ้ำที่หมอนั่นดันเข้าที่โรงเรียนโน้นแทนที่จะเป็นโรงเรียนนาย ทั้งที่ฉันออกจะมั่นใจแล้วเชียว”
‘งั้นฉันก็ถือว่านั่นเป็นโชคดีของวาคาบายาชิ’
“ปัดโธ่! นายนี่ขัดตลอด ให้ตาย! ให้ท้ายเพื่อนนายเหลือเกินนะ”ว่าไปงั้นทั้งที่เจ้าตัวกำลังหัวเราะร่วน และอีกฝ่ายก็ถอนหายใจอย่างปลงอนิจจัง
‘ฉันไม่ได้ให้ท้าย...จะบอกอะไรให้นะ สองคนนั้นเขาอยู่ห้องเดียวกัน จะสนิทกันก็...คงไม่แปลกอะไร...’
“ออ...ถ้าเป็นคนธรรมดาก็คงไม่แปลกหรอก แต่เป็นคุณชายน้ำแข็งนี่ก็...”
‘...’
“แล้วฉันจะบอกอะไรให้นะทาคาโตะ...ถึงเพื่อนนายคนนั้นจะชอบสึโยโยจังของฉัน ฉันก็ไม่สนใจหรอกนะ ....ไม่มีเป้าหมายคนไหนที่ฉันตั้งใจจีบแล้วไม่สำเร็จ...”
‘ฉันก็จะบอกนายเหมือนกัน……ว่าฉันก็ไม่เคยเห็นคนไหนที่นารุมิมันตั้งใจจีบแล้วจะรอดไปได้...’
ทาคาโตะเอนกายพิงพนักพลางจ้องมองมือถือที่การสนทนาเพิ่งจบลงไปสดๆร้อนๆ สมองค่อยๆประมวลผลข้อความที่เพิ่งรับรู้…นารุมิมีอะไรกับวาคาบายาชิงั้นเหรอ...?แม้มันจะไม่ค่อยน่าเชื่อถือแต่มันก็มีความเป็นไปได้... เขายังจำได้ดีว่าไม่กี่เดือนก่อนนารุมิมันยังโทรมาหาขอให้เขาช่วยเรื่องโรงแรมนั้น...จะว่าไปแล้ว...มันก็น่าแปลกใจจริงๆนั่นล่ ะ...เขาเพิ่งมารู้ตอนเช้าว่าห้องที่หมอนั่นจะเข้าคือห้องของคุณวาคาบายาชิ แล้วคืนนั้นลูกชายของเขาก็มาพักพร้อมกับเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่ง...หรือนั่นจะเป็นยูยะ?

“น่าสนุกแหะ”ทาคาโตะขยับยิ้มอย่างอารมณ์ดีพลางต่อสายไปยังเป้าหมายทันควัน

เรื่องนี้มันน่าสนุก...เขาไม่เคยเห็นใครหรืออะไรดึงดูดความสนใจของนารุมิได้มาก่อนนอกจากยูยะ...จริงอยู่ที่เขาพูดกับโทชิไปว่า ‘ไม่เคยเห็นคนไหนที่นารุมิมันตั้งใจจีบแล้วจะรอดไปได้’ก็เถอะ แต่ความจริงแล้วนารุมิมันไม่เคยตั้งใจจีบใครสักคน เพราะแค่มันปลายตามองเป้าหมายก็มาสยบแทบเท้าแล้ว...

“อย่าว่ากันล่ะนารุมิ...ถือว่าเป็นการเอาคืนที่น้องสาวฉันติดนายมากกว่าฉันละกัน...”


*************


ชิงช้าสวรรค์... ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน... คนสองคนนั่งตรงข้ามกัน... ทั้งๆที่มันควรจะโรแมนติค...แต่...
โว้ยยยยย!นารุมิ! แกจะทำหน้าเหมือนปวดขี้อย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหนวะ!
นั่นแหละ...ไอ้ตัวพาเสียบรรยากาศมันกำลังปล่อยออร่าน้ำแข็งแผ่กระจายออกมารอบตัวเหมือนปล่อยกัมมันตรังสี ขึ้นชิงช้ามาได้ก็เอาแต่เงียบ เงียบ และเงียบจนคนพูดเก่งอย่างเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี ...ก็หมอนั่นมันเล่นเปล่งรังสีอำมหิตซะขนาดนั้น...“ดูนั่นดิ่นารุมิ!”เพื่อทำลายความเงียบเขาเลยเริ่มชี้มั่วออกไปข้างนอก นัยน์ตาคมเพียงปรายตามนิ้วเขา แล้วหรี่ตาเหมือนจะถามว่า อะไร?...เออ...แล้วชี้อะไรล่ะวะ...ไอ้ตัวพูดก็พูดไปมั่วๆขัดบรรยากาศ ลืมไปเสียสนิทว่าไอ้บ้านี่มันขี้หงุดหงิด ...สุดท้าย...เห็นอะไรชัดๆก็แก้ขัดไปก่อน
“พระอาทิตย์ว่ะ”เขาตอบได้งี่เง่าสุดๆเท่าที่เคยตอบมาแต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี ...แล้วมุกนี้ก็เหมือนคุณชายคาวามูระมันจะไม่ปลื้ม เขาเลยต้องกลับมานั่งจ๋องเหมือนเก่า อดด่าตัวเองไม่ได้ที่ดันงี่เง่าไม่กล้าหือกับไอ้บ้านี่...เป็นปกติเขาโวยป่าแตกไปแล้ว...แต่ตอนนี้...ขืนโวยขึ้นมามันต้องจับเข าโยนออกไปนอกกระเช้าแหงๆ
“นายรู้จักกับฟูมิโนะซาโตะได้ยังไง?”สึโยชิถึงกับสะดุ้งที่จู่ๆไอ้คนที่เงียบมานานก็ดันโพล่งออกมาโดยเขาไม่ทันตั้งตัว ...ดวงตาคมปลาบของหมอนั่นจ้องหน้าเหมือนพยายามจะมองเนื้อสมอง คนโดนถามเลยได้แต่อ้าปากค้างพูดไม่ออก
“ฉันไม่เห็นรู้มาก่อนว่านายจะสนิทกับหมอนั่น...”คำถามคล้ายจะย้ำกระตุ้นให้สมองของสึโยชิทำงาน เด็กหนุ่มกระพริบตาปริบ พยายามนึกทบทวน......ใครวะ...ฟูมิโนะซาโตะ..................อ๋อ.... ไอ้บ้านั่นแหง“คนเมื่อกี้น่ะเหรอ”สึโยชิถามกลับเพื่อความมั่นใจ แม้คำตอบที่ได้จะเป็นเพียงนัยน์ตาที่โชนแสงกล้ากว่าเดิมของนารุมิ...แต่ว่า...ชัวร์แหงๆ...มันต้องเป็นศัตรูกันมาก่อนชัวร์“ก็ไม่เชิงว่ารู้จัก...”เขาตอบอ้อมๆ แล้วพอสบตากับอีกฝ่าย เขาก็รีบสะดุ้งหลบตาว้อยยยยยย จะกลัวมันหาอะไรวะ!แม้จะคิดแบบนั้นแต่ตาเจ้ากรรมก็ดันไม่ยอมสบตา เขามองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนพยายามค้นหาทองทั้งๆที่สมองคิดอย่างหนักเดี๋ยวนะ...ทำไมเขาต้องมานั่งหงอมันด้วย...จะว่ากลัวก็...ไม่ใช่มั้งถึงหน้ามันจะดุก็เหอะ...หรือจะเป็นเกรง...จะเกรงทำไมล่ะใน เมื่อมันไม่ใช่พ่อแม่ญาติโยมซะหน่อย...ที่ไม่กล้ากะมันเพราะ...เพราะอะไรวะ...ไม่มีเหตุผลเลยว้อยยยยย!
สึโยชิทำเป็นใจแข็งหันกลับไปสบตา แม้จะร้อนๆหนาวๆกับไอ้ลูกตาวับๆนั่นแต่เขาก็ทำเป็นไม่สนใจ เด็กหนุ่มแสร้งเลิ่กคิ้ว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มกวนประสาท“ทำไม...นายไม่ถูกกันรึไง?”
“หมอนั่นเคยเป็นแฟนเก่าพี่สาวฉัน...”คราวนี้สึโยชิกลายเป็นฝ่ายสนใจบ้าง เขายื่นเข้าไปใกล้ๆ พลางทำสีหน้าเหมือนอยากจะฟังต่อ ...แต่ไม่รู้ทำไม... หน้าของนารุมิมันถึงได้บูดยิ่งกว่าเก่า...
“ตั้งใจฟังเหลือเกินนะ...ฉันล่ะชักสงสัยว่าไอ้’ก็ไม่เชิงว่ารู้จัก’ ของนายนี่มันยังไง”นารุมิประชด เล่นเอาคนที่เกือบจะอารมณ์ดีอยู่แล้วของขึ้นจนได้
“แกจะประชดอะไรนักวะนารุมิ! แกเกลียดกันก็อย่าเอาฉันไปเอี่ยวดิ่วะ”
“ฉันไม่ได้...”คุณชายคาวามูระถอนหายใจเฮือกใหญ่ กลืนคำพูดลงคอก่อนจะนั่งนิ่ง นึกหงุดหงิดตัวเองที่ใส่อารมณ์กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง...ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง... ต่างฝ่ายต่างมองออกไปนอกกระเช้า มองพระอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยต่ำลง ณ เส้นขอบฟ้า... แสงสุดท้ายของวันใกล้จะลาลับ แต่ความสับสนในใจกลับเพิ่มขึ้นทุกที...“ใครๆก็รู้ว่าหมอนั่นน่ะเป็นเพลย์บอย
คำพูดทำลายความเงียบที่เรียกสายตาของสึโยชิให้หันกลับมามอง... “ขอแค่ถูกใจ...หมอนั่นก็จีบทั้งนั้นไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย...แต่เท่าที่ฉันรู้...หมอนั่นไม่เคยคบใครเกินเดือนนึง”ตลอดเวลาที่พูดนารุมิทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ...มองภูเขาไฟฟูจิเหมือนมันน่าสนใจมากกว่าเขา... ซึ่งก็เป็นการดี...เพราะถ้าหมอนั่นหันมา...จะต้องเห็นแน่ๆว่าเขาหน้าแดงแค่ไหน...“โธ่เอ๊ย! ก็พูดมาตรงๆดิ่วะว่าเป็นห่วง”สึโยชิพูดพลางหัวเราะร่วนแก้เก้อ แต่เด็กหนุ่มก็แทบสำลักน้ำลายเมื่ออีกฝ่ายปรายตากลับมา พลางตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ...“ใช่...ฉันเป็นห่วง”
แค่คำพูดประโยคเดียวเรียกให้สึโยชิหน้าขึ้นสีจัด เด็กหนุ่มหัวเราะค้าง รีบหันกลับไปจ้องพระอาทิตย์ตกที่สีมันชักจะไม่ผิดแผกไปจากใบหน้าของเขา ระหว่างที่สึโยชิกำลังนึกอยู่ว่าจะพูดอะไรต่อดี นารุมิก็ต่อประโยคของตนเองจนจบ...
“นายยิ่งโง่ๆอยู่ ขืนยุ่งกับหมอนั่นก็โดนฟันแล้วทิ้งพอดี”...........ใครจะโดนฟันแล้วทิ้งวะแม่งงงงงง!!!!
เส้นเลือดที่ขมับของสึโยชิปูดโปนจนสังเกตได้ เด็กหนุ่มตวัดมองคุณชายคาวามูระตาขวาง รอยยิ้มกวนประสาทผุดขึ้นที่ริมฝีปากอย่างจงใจ

“ไอ้ความหวังดีของนายน่ะเก็บไว้ให้ยูยะดีกว่านะ เพราะคนโดนหลอกง่ายๆน่ะ...คงไม่ใช่ฉันหรอก...จริงมั้ย?”สึโยชิพูดเสียงเย็น “อีกอย่างนะ...นายคงลืมไปว่าฉันน่ะ ไม่ได้ชอบผู้ชาย”เด็กหนุ่มกระแทกเสียงอย่างจงใจ ก่อนจะสบถอะไรงุบงุบในลำคอ
“งั้นก็ดี...”น้ำเสียงของนารุมิเย็นเยียบไม่แพ้กัน ต่างฝ่ายต่างจ้องตากันนิ่งเหมือนจะสาปส่งให้อีกคนมีอันเป็นไปกะทันหัน “แต่ฉันว่าหมอนั่นน่ะคงไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกนะ...สายตาที่มองนายน่ะ...แทบจะกินไปทั้งตัวอยู่แล้ว”
“ช่วยไม่ได้หรอกนะ คนมันมีเสน่ห์...”ถ้าเป็นปกติสึโยชิคงไม่มีทางพูดอะไรน่ากลัวๆแบบนี้แน่ แต่ตอนนี้เขาโกรธจนควันออกหู อะไรๆก็เลยมีข้อยกเว้น “แต่ถึงฉันจะยุ่งกับหมอนั่น... มันก็ไม่ใช่เรื่องของนาย”
“ฉันแค่เตือนด้วยความหวังดี...แต่ถ้านายเต็มใจจะเป็นผู้หญิงของหมอนั่นขนาดนั้นฉันก็ไม่มีสิทธิ์จะว่า”
“ฉันเป็นผู้ชาย!!!”สึโยชิตะโกนลั่น ความโกรธครอบงำจนตาพร่า “แล้วฉันก็ไม่ได้ชอบผู้ชายด้วย ใครจะไปเหมือนนายวะ!”
คราวนี้ได้ผล... นารุมินิ่งเงียบ แต่ดูเหมือนจะเป็นความเงียบสงบก่อนจะเกิดพายุ...
“ถึงฉันจะชอบผู้ชาย...”น้ำเสียงคราวนี้นิ่งกว่าที่เคย นิ่งจนเสียดไปถึงหัวใจคนฟังให้กระตุกด้วยความหวาดหวั่น
“แต่ฉันก็ไม่มีทางชอบนายแน่ สึโยชิ...”
ทันทีที่ทั้งสองลงจากชิงช้าสววรค์ ร่างบอบบางของลูกสาวคนโตเจ้าของเรียวกังก็รีบวิ่งลิ่วเข้ามาหา สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ริมฝีปากบางเม้มแน่นแต่สาย