นิยาย

posted on 05 Aug 2011 15:44 by noo-dang

ข้าน้อยชอบสองคนนี้มากๆ อ่านแล้วคู่นี้ก็ตลกดีเลยจับมาแต่งคู่กันซะเลย

----------------------------------------------------------------------------------------

ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่อาจจะเป็นไปได้

เพราะต่างก็มีหน้าที่สำคัญของตน และมันฝืนกฎของธรรมชาติ.....

แต่ว่า.....หัวใจดวงนี้กลับดื้อดึง

เตือนตัวเองไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ก็ไม่อาจห้ามใจได้เลย.....

รัก.....รัก.....แต่นั่นก็เห็นแก่ตัวที่จะรักท่านต่อไป.....

แต่ก็จะรักท่านต่อไป ต่อให้ท่านลืมข้า ข้าก็จะยังรักท่าน.....ตลอดไป.....

.......................................................................................................

............................................................................................

.................................................................................

..........................................................................

....................................................................

.............................................................

......................................................

..............................................

........................................

..................................

...........................

....................

..............

.........

.....

..

     เช้าอันสดใสในป้อมอัศวิน เป็นอีกหนึ่งวันที่ยังคงวุ่นวายไม่เปลี่ยนแปลง เสียงเอะอะโวยวายจากเจ้าตัวป่วนประจำป้อมก็ถือเป็นนาฬิกาชั้นดีที่จะคอยปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้นยามนิทรา และหลายคนก็อาศัยเสียงเจ้าตัวป่วนนี่แหละแทนเสียงนาฬิกาปลุกซะเลย (ไม่เปลืองเงินซื้อนาฬิกาซะด้วย ฮ่าฮ่า)

     ห้องของเสธฯซ้ายแห่งป้อมอัศวิน.....

     "เฮ้ โรเวน!"ไธนอส ทิลดอลเสธฯขวาของป้อมอัศวินเดินเข้ามาในห้องนอนของสหาย ก่อนจะพบว่าในห้องนั้นว่างเปล่า "อ้าว ยังไม่กลับมาอีกเหรอเนี่ย เจ้าเฟรินกับเจ้าคิลพังป้อมอีกแล้ว ฉันต้องจัดการต่ออีกใช่มั๊ยเนี่ย เฮ้อ~"

     ว่าจบไธนอสก็เดินออกจากห้องปิดห้องไว้เหมือนเดิม โรเวนกลับไปเจมิไนตั้งแต่สองวันที่แล้ว เพราะพระราชาเซททรงหมดสติหลังจากทรงงานหนักหลายวัน โรเวนจึงรีบกลับไปทันทีที่ทราบข่าว แต่พอโรเวนไปดูเหมือนอะไจวุ่นวายมากกว่าเดิม เพราะชาวป้อมอัศวินท้งหลายถอคติ 'แมวไม่อยู่หนูร่าเริงคร้าบ'


     บนทางเส้นยาล้อมรอบด้วยป่าบางตา เจ้าชายโรเวนแห่งเจมิไนควบม้ามาตามทางอย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญหลังจากพอใจที่เสด็จพ่อของตนทรงดีขึ้นแล้ว จึงรีบกลับมาที่เอดินเบิร์กทันที เพราะ ทิ้งงานไว้มากมาย

     ดวงตาสีน้ำเงินเปล่งประกายความรอบรู้ กรอปเข้าดวงหน้าที่ดูงดงามราวรูปสลักแต่พอสังเกตุอีกทีดูออกจะสวยไปบ้าง แต่ก็ยังคงกระชากใจสาวอยู่อย่างเดิม เรือนผมยาวสีดำเหลือบน้ำเงินสะทอนประกายท่ามกลางแสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่ เส้นผมปลิวสยายไปข้างหลังอย่างลงตัว 

     โรเวนยิ้มร่าเมื่อมองเห็นยอดปราสาทเอดินเบิร์กอยู่ไกลๆ เขาเร่งม้าสีขาวสง่าให้เร็วขึ้นอีก แต่แล้วบางอย่างที่คาดไม่ถึงก็พุ่งปะทะเข้าที่สีข้างของโรเวนโดยที่เจ้าตัวไม่ทันตั้งตัวทำให้ตกจากม้าสีขาวดังตุใหญ่

     อาชาสง่าร้องเสียงหลงอย่างตกใจ ก่อนจะสงบลงเดินเข้าไปหาโรเวนที่นอนร้องครางอยู่ที่พื้นดิน

     "โอ๊ย.....อะไรกัน??"โรเวนร้อง ก่อนจะก้มมองดูสีข้างที่พบว่าเลือดไหลอาบเสื้อตรงจุดที่เจ็บปวด ลูกธนูเงินปักอยู่ตรงนั้น โรเวนมองไปที่ต้นตอ พบบุคคลปริศนายืนจังก้าถือดาบชี้มาที่เขา

     "หมดเวลาของท่านแล้วปริ๊นซ์โรเวน"เสียงที่คุ้นหูเอ่ย

     "ท่าน....."โรเวนมองบุคคลตรงหน้าอย่างแปลกใจ "ท่านคือ ขุนนางชั้นสูงที่สภา ปาติส ใช่มั๊ย"

     "ใช่"บุคคลร้ายยิ้มเหี้ยม เปิดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยเหี่ยวย่นแห่งวัย "และเจ้าก็เป็นผู้ขัดขวางแผนการล้มอำนาจของข้า ก้างขวางคอชิ้นโต"

     "ท่านต้องการอะไร"โรเวนเอ่ยอย่างเดือดดาล

     "ชีวิตของเจ้า"พูดจบ มือใหญ่ก็เงื้อดาบเงินวามวาวขึ้น โรวนรีบกลิ้งตวหนีเมื่อมันตัดผ่านอากาศมาที่เขา โรเวนร้องครางด้วยความเจ็บปวดที่สีข้างและข้อเท้า เขาพบว่ามันบวมและม่วงคล้ำจนน่ากลัว

     โรเวนไม่รอช้าเรียกคฑาประจำตัวออกมาและร่ายเวทย์ด้วยบทสั้นๆแต่รุนแรงใส่ผู้ปองร้าย ขุนนางผู้ทรยศกระเด็นหวือไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ ก่อนจะนอนกระอักเลือดอยู่ตรงนั้น เพราะอาการช้ำในที่เกิดจากคาถาของเมจิกปริ๊นซ์แห่งเจมิไน

     "โอ๊ย....."โรเวนร้องเบาๆเมื่อทำท่าขยับจะยืนขึ้น ก่อจะทรุดลงไปอีก เขาผิวปากเรียกม้าของตน มันเดินตรงมาหาเขา ก้มลงใช้จมูกดมแผลอย่างห่วงใย โรเวนใช้มันพยุงร่างกายให้ตนยืนขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนจะตวัดขาของตนขึ้นคร่อมม้า เขากัดฟันกรอด อยากจะใช้เวทย์รักษาตนเหมือนกัน แต่นั่นก็จะทำให้หมดพลังเวทย์ไปมากกับอีแค่แผลเล็กน้อย (เหรอนั่น!!)

     ดวงตาสีน้ำเงินก้มมองดูลูกธนูสีเงินก่อนจะกลั้นหายใจช้มือดึงมันออกมาจากสีข้างอย่างแรง "อ๊ากกก!!" ร่างของโรเวสั่นเล็กน้อยด้วยความจ็บปวด เขาทิ้งมันลงบนพื้น มือกุมบาดแผลและหันไปมองบุคคลที่กระอักเลือดอยู่ไม่ไกล โรเวเรียกสัตว์เวทย์ออกมาและรีบส่งข่าวไปหาพระบิดาของตนทันทีแจ้งเรื่องทั้งหมดให้ทราบ ก่อนจะควบม้าจากไปอย่างไม่ใยดี

     แรงสั่นสะเทือนทำให้เขาเริ่มจ็บแผลอีกครั้ง จึงจำต้องเปลี่ยนให้ม้าสีขาววิ่งเหยาะแทน

     "เลือดมากขนาดนี้เชียว"โรเวนก้มมองมือของตนเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสด เขาร่ายเวทห้ามเลือดของตนเอาไว้ ก่อนจะซบตัวลงกับแผงคอม้าอย่างอ่อนล้า ความเจ็บปวดที่ข้อเท้าก็ส่งเสียงประท้วง

     "แย่จริงๆ อย่างนี้คนเห็นต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่"โรเวนพยายามใช้เสื้อคลุมบังแผลของเขาเอาไว้ และรอคอยให้เจ้าม้าคู่กายนี้พาเขาไปถึงปราสาทเอดินเบิร์ก


     อาเธอร์ บริสตั้น เจ้าชายใจสิงห์เดินไปพลางอ้าปากหาวไปพลาง ก่อนจะเปดอ่านหนังสือในมือต่อ เรื่อง 'หน้ากากฟาโรห์ขั้นสูง : กษัตริย์ที่ดีต้องมีคำพูดหลายแง่หลากง่าม' ดวงตาดำคมกริบไล่ไปตามบรรทัดอย่างรวดเร็ว มีบ้างที่จะเหล่ใส่สาวน้อยใหญ่ที่เดินผ่านตนไป พร้อมส่งรอยยิ้มกระชากใจให้

     เจ้าชายร่างสูงหัวจสิงห์เดินมาอยู่ที่หน้าประตูปราสาทก่อนจะปิดหนังสือลง วันนี้กะจะเดินเที่ยวตลาดสักหน่อย แต่แล้วสายตาบังเอิญเหลือบไปเห็นร่างที่คุ้นตานั่งม้าสีขาวสง่ามาแต่ไกล เขายิ้มร่าอย่างสนใจคิดแผลแกล้งเจ้าชายโรเวนเสียหน่อย แต่อดไม่ได้ที่ใจเต้นเมื่อเห็นร่างนั้นเข้าใกล้มาเรื่อยๆ

     "ไงปริ๊นซ์โรเวน"อาเธอร์เอ่ยทักน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ มองดูร่างที่เล็กกว่าตนนั่งม้าเข้ามาในเขตปราสาท อาเธอร์แปลกใจน้อยๆเมื่อเห็นใบหน้าเกือบหวานนั่นดูซีดลงกว่าทุกครั้งและดูโงนเงนอย่างประหลาด

     "ไง.....ท่าน...อาเธอร์"โรเวนเอ่ยเสยงระแหง ยิ้มน้อยๆอย่างฝืนๆ อาเธอร์เดาว่าโวนคงจะยิ้มอย่างอวดดีเหมือนแต่เคย แต่ครั้งนี้รอยยิ้มแบบนั้นหามีไม่ นอกากความอ่อนล้า

     "เป็นอย่างไรบ้าง?"อาเธอร์เอ่ยถาม โรเวนใจเต้นเล็กน้อยเมื่อจับน้ำเสียงของอาเธอร์ได้ว่าเจือด้วยความห่วงใยและคำถามนั้นคงหมายถึงเขา แต่แล้วก็ต้องปฏิเสธความคิดนั้น เมื่อคิดได้ว่าคงจะหมายถึงท่านพ่อของเขาและเขาคงจะเข้าใจผิด

     "เสด็จพ่อ สบายดี"โรเวนตอบ มองทางข้างหน้าก็พบว่าภาพตรงหน้าเริ่มเบลออย่างประหลาด

     "ข้าไม่ได้หมายถึงกษัตริย์เซท"อาเธอร์เอ่ย "ข้าหมายถึง เฮ้ย!!"

     จู่ๆภาพตรงหน้าก็เบลอและเหมือนโลกจะหมุนเอนเอียงไปมาอย่างไม่ทรงตัว โรเวนยกมือกุมขมับ ก่อนภาพต่างๆจะหายวับไป และเหมือนร่างกายของเขาจะเอนเอียง.....

    อาเธอร์รับร่างของโรเวนเอาไว้ทน ก่อนที่ร่างผอมกว่านั้นจะกระทบลงกับพื้น เจ้าชายใจสิงห์มองโรเวนอย่างตกใจและแปลกใจ ก่อนจะสังเกตุที่ฝ่ามือเรียวพบว่าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดที่สดและแห้งกรัง สายตาคมมองดูบาดแผลที่สีข้างอย่างตกใจ ก่อนจะกัดฟันกรอด

     "ไม่ไหวแล้วยังจะทำอวดเก่งอีก"อาเธอร์เอ่ยอย่างไปพอใจ ความห่วงใยและความกังวลว้าวุ่นใจประดังเข้ามาโจมตีเขาอย่างไม่ขาดสายเมื่อพบว่าร่างบางกว่าในอ้อมแขนหอบหายใจระริน ใบหนาซีดเผือด

     "โอ๊ย....."เสียงร้องเบาๆดังลอดออกมาจากริมฝีปาก ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มเข้ามามุงดู หนึ่งในนั้นมีเจ้าตัวยุ่งแห่งป้อมอัศวินอยู่ด้วย

     "พี่โรเวน!!"เฟรินอุทานอย่างตกใจ

     อาเธอร์ช้อนร่างของโรเวนขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนด้วยพละกำลังของนักรบ กระชับร่างบางแน่นก่อนจะเดินฝ่าฝูงชนออกไปอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อ มุ่งตรงไปที่ห้องพยาบาลของโรงเรียนทันที (มีมั๊ยหว่า?? สมมติว่ามีแล้วกัน)

     เฟรินมองตามอย่างตกตะลึง ก่อนรีบเบิ่งกลับป้อม และในวันนั้นเองข่าวของปริ๊นซ์โรเวนก็แพร่กระจายไปทั่วโรงเรียน หัวข้อข่าวคือ 'เหลือเชื่ออย่างน่าอัศจรรย์ : ปริ๊นซ์โรเวนบาดเจ็บ แต่ปริ๊นซ์อาเธอร์เป็นผู้ช่วยเหลืออุ้มเข้าห้องพยาบาลทั้งๆที่เป็นคู่กัดกัน'


    อาเธอร์อุ้มร่างบางที่หอบหายใจรดแผงอกเขาไปที่ห้องพยาบาลอย่งรีบร้อน ภาพนี้ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนที่มองมาที่อาเธอร์และโรเวนอย่างตกตะลึง อาเธอร์ส่งสายตาคมพิฆาตใส่ทุกคนที่มองเขาและโรเวน ก่อนจะเลี้ยวเข้าห้องพยาบาล

     "อาจารย์ครับ! รักษาแผลนี่ที!!"

     อาเธอร์ตะโกนลั่นห้องจนดังออกไปข้างนอก ท่าทางรีบร้อนแบบนั้นชวนน่าสงสัยยิ่งนัก เจ้าชายใจสิงห์เดินไปที่เตียงขาวก่อนจะค่อยๆบรรจงวางร่างบางนั่นลง ก่อนจะถอยออกมาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอาจารย์พยาบาลต่อไป เขายืนรออยู่ขางเตียงอย่างกระวนกระวาย เมื่อราบจากอาจารย์ห้องพยาบาลแล้วว่าโรเวนปลอดภัยดี บาดแผลไม่ลึกมากนักและข้อเท้าหักนิดหน่อย อีกไม่นานก็จะหาย

     "ดันทุลังจริงๆ โรเวน"อาเธอร์เอ่ยเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องพยาบาลไปในสภาพเลือดเปรอะเปื้อนไปทั้งแผลงอกแกร่ง

อ่านต่อ :http://writer.dek-d.com/pasallatel/story/viewlongc.php?id=304307&chapter=1#ixzz1U8qC9gczเปลือกตาหนาค่อยๆปรือขึ้นอย่างช้าๆก่อนจะหรี่ตาลงเมื่อแสงแดดยามบ่ายส่งแสงมาจากทางหน้าต่าง โรเวนต้องหรี่ตาลงก่อนจะกระพริบตาปริบๆและลืมตาได้อย่างปกติเสียที โรเวนมองดูเพดานสีขาวอย่างแปลกใจ.....ห้องพยาบาล??

     นั่นสินะ.....ตอนนั้นเราเดินทางมาก็ถูกปาติสทำร้าย.....

     แต่เราก็รอดมาได้ แต่ก็ยังได้แผลอีก.....

     เราขี่ม้ามาเรื่อยๆจนถึงเอดินเบิร์ก.....

     ตอนนั้น อาเธอร์ก็เข้ามาคุยกับเรา.....

     และจู่ๆโลกก็หมุน แล้วจากนั้นเราก็ไม่รู้อะไรเลย.....

     นอกจาก ความอบอุ่นอย่างประหลาด.....อบอุ่นไปทั้งตัวและใจเลย.....

     และก็กลิ่นที่คุ้นเคย.....

     "ตื่นแล้วเหรอ?"โรเวนมองไปยังผู้มาใหม่ ก่อนจะพบไธนอสเดินเข้ามาหา เขายิ้มน้อยๆเป็นการทักทาย

      "เป็นยังไงบ้าง หายดีหรือยัง?"ไธนอสถามอย่างห่วงใย

      "ที่สีข้างยังเจ็บอยู่นิดหน่อยน่ะ"โรเวนบอก"แต่ที่ข้อเท้าหายดีแล้วละ"

      "ดีมาก"ไธนอสยิ้มกว้าง "ฉันกับคนอื่นๆเป็นห่วงนายแทบแย่แหนะตอนทราบข่าวจากเฟริน เจ้าปาติสอะไรนั่นก็ถูกจับเข้าคุกเรียบร้อยแล้วละ"

     "รู้กันเร็วขนาดนั้นเชียวหรือนี่"โรเวนเอ่ยอย่างแปลกใจ

     "อืม กษัตริย์เซทส่งรื่องมาทางเอดินเบิร์กให้ช่วยตามหาเลยเชียวละ และรู้มั๊ยอาเธอร์เจ้าชายใจสิงห์นั่นเป็นคนแรกที่บึ่งออกไปก่อนใครและตามจับเจ้าปาติสนั่นมาก่อนใครเลยด้วย"

     "อาเธอร์เนี่ยนะ?"โรเวนยิ่งแปลกใจมากกว่าเดิม

     "ใช่ นายหลับไปตั้งหนึ่งวันเต็มๆกับอีกครึ่งวันนี้เลย รู้มั๊ย? อาเธอร์น่ะ อุ้มนายมาส่งถึงที่ห้องพยาบาลเลยเชียวละ เลืดนี้โชกไปทั้งตัวเลย"

     "ไม่มีทาง"โรเวนเบิกตาโต

     "เป็นไปแล้วว่ะ"ไธนอสยักไหล่

     งั้น...ความอบอุ่นกับกลิ่นคุ้นๆนั่นก็คือ.....อาเธอร์งั้นเหรอ?

     "แถมยังมาเยี่ยมนายทุกวันสามเวลาอีกต่างหาก"ไธนอสเสริม

     โรเวนหัวเราะขบขัน แต่ในใจนั้นแปลกใจและดีใจอย่างประหลาด หัวใจเต้นเร็วขึ้นเมื่อพาลไปนึกถึงใบหน้าคมคายนั่น

     "ฉันก็ว่ามันแปลกๆเหมือนกัน น่าสงสัยแฮะ"ไธนอสเกาหัวอย่างงงงวย

     "ทำไมกันน้า?"โรเวนเอ่ยเบาๆ ทำไมอาเธอร์ถึงช่วยเขาและมาเยี่ยมเขาได้ละ ทั้งๆที่ไม่ถูกกันแท้ๆ เพราะมนุษยธรรม หรือเพราะ.....ไม่มีทาง เราคิดอะไรบ้าๆนะ.....

     "ม่ายรู้เหมือนกัน"ไธนอสเอ่ยอย่างจนปัญญา "แต่เห็นนายหายดีแล้วก็ค่อยโล่งใจหน่อย ฉันจะได้หายเหนื่อยสักที ต้องถ่างตาตื่นเพื่อเคลียร์งานของนายทั้งหมดเลยนะจะบอกให้"

     "ขอโทษทีที่ทำให้ลำบาก"

     "เฮ้อ ช่างเหอะ ชินแล้วว่ะ พักผ่อนซะสิ"ไธนอสเอ่ย ก่อนจะลูบไล้ผมสีดำเหลือบน้ำเงินของโรเวนเล่น แต่โรเวนไม่ว่าอะไรเพราะไธนอสชอบเล่นผมของเขาเป็นประจำอยู่แล้ว เลยปล่อยให้ร่างสูงเล่นผมของตนอยู่สักพัก

     "ไปก่อนนะ"ไธนอสว่า ก่อนจะโบกมือลาอกจากห้องไป "นอนพักซะจะได้หายเร็วๆ" โรเวนยิ้มกว้าง แล้วไธนอสก็หายไปหลังบานประตูไม้หนาๆของห้องพยาบาล

     โรเวนรอจนมั่นใจว่าไธนอสจากไปไกลแล้ว จึงค่อยๆพยุงตัวให้ลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ สีข้างของเขาส่งความเจ็บปวดมาให้เล็กน้อยแต่ก็ถึงกับต้องนิ่วหน้า โรเวนยกหมอนขึ้นตั้งเพื่อตนจะได้พิงหัวเตียงและกำแพงอย่างสบายๆ ดวงตาสีนน้ำเงินเข้มมองออกไปนอกหน้าต่างที่ท้องฟ้าเปล่งประกายเป็นสีส้ม ม่วงและชมพู แสงอาทิตย์ยามโพล้เพล้ดูสวยงามไม่เปลี่ยนแปลง ช่างเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์อีกอย่างที่ธรรมชาติสร้างมา โรเวนรู้สึกผ่อนคลายบ้างที่ได้มองภาพนั้น

     "ท่านควรจะนอนพักไม่ใช่หรือไง"

     โรเวนหันไปมองเจ้าของเสียงคุ้นหูก่อนจะเอ่ยนามเจ้าของเสียง

     "เจ้าชายอาเธอร์ บริสตั้น"

     เจ้าของนามนั้นเดินเข้ามาใกล้เตียงของโรเวน ดวงตาคมมองบาดแผลฉายแววห่วงใยออกมาเพียงชุ่วครู่จนโรเวนไม่ได้สังเกตุเห็น

     "หายดีแล้วหรือ?"อาเธอร์ถามเสียงเรียบๆ

     "ก็หายดีพอที่จะทำให้ท่านรำคาญได้แล้วกัน"โรเวนเอ่ยและยิ้มอย่างโอหัง

     แต่นั่นทำให้อาเธอร์ใจชื้นขึ้นมาได้ เพราะ มันบ่งบอกว่าร่างบางตรงหน้าหายดีแล้วจริงๆ เขายิ้มน้อยๆอย่างโล่งอกให้โรเวนอย่างไม่ปิดปัง

     โรเวนตกใจเมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกของอาเธอร์ได้ หัวใจของเขาเต้นระรัวไม่ยอมหยุด ยิ่งเมื่อดวงตาคมกริบสีดำนั่นมองมาที่เขาด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจรับรู